สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์

เชื่อว่าใครต่อหลายคนหากได้เห็นภาพแสงเหนือหรือออโรร่า ที่เป็นความงามจากธรรมชาติ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า บนเกาะไอซ์แลนด์แล้ว เชือว่าหลายคนคงอยากจะไปสัมผัสด้วยตาของตัวเองแน่นอน ด้วยความงามของม่านแสงเหนือเต้นระบำอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดแต่การที่จะเห็น แสงเหนือนั้นไม่ง่าย เพราะจะต้องดูจากสถานที่ตั้ง สภาพอากาศ และระดับสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน

ไอซ์แลนด์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างวาดฝันว่าจะมาดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ เพราะเป็นประเทศที่สวยงามทั้งทางด้านธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว และยังมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งภูเขาสวยและธารน้ำแข็ง ที่หลังจากน้ำแข็งละลาย ก็จะทำให้เกิดน้ำตกอีกมากมาย

ลักษณะภูมิประเทศ

สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ เป็นประเทศนอร์ดิกในยุโรปเหนือ มีภูมิประเทศเป็นเกาะ โดยเกาะไอซ์แลนด์มีขนาดกว่า 103,000 ตารางกิโลเมตร และมี ภูเขาไฟประมาณ 200 ลูกที่มีขนาดแตกต่างกัน ซึ่งเกาะใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป ตั้งอยู่บนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างกรีนแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดยมีเมืองหลวงคือเรคยาวิก ซึ่งประเทศไอซ์แลนด์ มีธารน้ำแข็งยึดครองพื้นที่กว่า 11.900 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ของไอซ์แลนด์เป็นที่สูง มากกว่าหนึ่งในสามของประเทศ และสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 600 เมตร นอกจากธารน้ำแข็งแล้วยังมีพื้นที่สำหรับทำการเกษตรอีกด้วย

การแบ่งเขตการปกครอง

ไอซ์แลนด์เป็นสาธารณรัฐ โดยใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน เป็นระบอบรัฐสภา และมีรัฐธรรมนูญแบบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 เขต มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปี และมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และประธานาธิบดี จะทำการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีขึ้นเพื่อทำการบริหารประเทศโดยรับผิดชอบอำนาจบริหารร่วมกัน ส่วนอำนาจนิติบัญญัตินั้นมีรัฐสภา เป็นสภาเดียว ในระดับท้องถิ่น ไอซ์แลนด์แบ่งออกเป็นเขตเทศบาล 79 เขต เรียกและมีการแบ่งแบบดั้งเดิมเป็นมณฑล 23 แห่ง เมืองอิสระ อีก 8 แห่งและการแบ่งแยกแบบอื่นๆ อีก 5 แห่ง

ประชากรและวัฒนธรรม

ไอซ์แลนด์มีประชากรกว่า 4.2 ล้านคน นับว่ามีประชากรเบาบาง แต่ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีการพัฒนาสูงที่สุดในโลก คนไอริชส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชนพื้นเมืองและพูดภาษาเกลิค รวมถึงการผสมผสานของกลุ่มชนเชื้อสายอังกฤษ ฝรั่งเศส สก๊อต ไวกิ้ง แองโกล-นอร์แมน และเวลส์ โดยมีวัฒนธรรมเควทิก และภาษาเกลิคเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ของประเทศ
วัฒนธรรมไอซ์แลนด์มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมแบบสแกนดิเนเวียโบราณ ชาวไอซ์แลนด์ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระมาก ไอซ์แลนด์กำหนดให้ภาษาไอริช หรือเกลิค เป็นภาษาประจำชาติและ เป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการอันดับสอง แต่ประชาชนทั่วไปพูดและใช้ภาษาอังกฤษกันมากกว่า และประชากรส่วนใหญ่ นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค แต่ศาสนจักรประจำชาติ เป็นคริสตจักรเอวานเจลิคัลลูเทอรัน

สภาพภูมิอากาศของไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์มีภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทรกึ่งอาร์กติก ซึ่งเป็นอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นจากอิทธิพลของกัลฟ์สตรีม ในเดือนมกราคมอยู่ที่ประมาณ 0 องศาฯ ส่วนเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 11 องศาฯ วันที่อากาศอบอุ่นที่สุดในฤดูร้อน จะมีอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาฯ ในฤดูหนาว ที่สูงของประเทศมีอุณหภูมิประมาณติดลบ 25 ถึง 30 องศาฯ ประเทศไอซ์แลนด์มีลมแรงมาก หิมะและฝนไม่ได้ตกจากข้างบนแต่เป็นลมพัดมาตก ส่วนลมสามารถเพิ่มความรู้สึกเย็นและถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะแค่ - 5 องศา ฯ ซึ่งสภาพภูมิอากาศไอซ์แลนด์คือการเปลี่ยนที่สามารถเกิดขึ้นในวันเดียว

โซนเวลาของไอซ์แลนด์

เวลาที่ไประเทศไอซ์แลนด์จะช้ากว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ในไอซ์แลนด์

ใช้สกุลเงินโครนไอซ์แลนด์ ซึ่ง1 โครนไอซ์แลนด์ ประมาณ 0.28 บาท การเปลี่ยนแปลงค่าเงินโครนจองไอซ์แลนด์สามารถเปลี่ยนแปลงและขึ้นลงไม่เหมือนกันในแต่ละวัน หากต้องการแลกเงินโครน ควรโทรตรวจสอบก่อน

ระบบไฟฟ้าใน ประเทศไอซ์แลนด์

การใช้กระแสไฟฟ้าในประเทศไอซ์แลนด์คือ 230 โวลต์ โดยที่นี่ จะใช้ปลั๊กไฟแบบสองขากลมเช่นเดียวกับการใช้ปลั๊กที่ใช้ในประเทศส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

ตอนนี้ประเทศไอซ์แลนด์ถือได้ว่ามีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่มาก และยังครอบคลุมเกือบทั้งเกาะครับ มีตั้งแต่ 2G 3G และ 4G กระจายไปทั่วประเทศ แน่นอนว่าจะไม่มีขาดการติดต่อจากโลกภายนอก ซึ่งมือถือที่ควรติดมาด้วยก็ควรเป็นมือถือที่รองรับเครือข่ายเหล่านี้ได้ ซึ่งสมาร์ทโฟนในเมืองไทยไม่มีปัญหาเหล่านี้แล้ว

ในสนามบินมีร้านขายซิมมือถือ หรือจะไปที่ห้างสรรพสินค้า Kringlan mall ที่อยู่ในเมือง Reykjavik จะมีร้านโทรศัพท์ให้เลือกหาอย่างครบถ้วน และยังมีซูเปอร์มาร์เก็ต สำหรับซื้อเสบียงสินค้าและอาหารเอาไว้เดินทางไกลอีกด้วย
บริษัทมือถือในไอ.แลนด์เจ้าใหญ่ ๆ มีอยู่ 3 เจ้า คือ Siminn, Vodafone ,Nova ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว ก็คงใช้ Pre-paidsim แบบนี้อยู่แล้ว ส่วนเครือข่าย 3G ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในประเทศ สัญญาณดีตลอดการเดินทาง

ถ้าซื้อซิมเพื่อใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเดียวก็ซื้อแบบ 5gb ราคา 2,190kr หรือประมาณ 630 บาท Nova เหมาะสำหรับ ซื้อมาลองใช้เฉพาะซิมอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว และราคาดูจะเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวที่สุด

สินค้าและของฝากจากไอซ์แลนด์

เครื่องสำอางที่ไอซ์แลนด์ก็จะแพงเหมือนกัน แนะนำให้ดูทอมฟอดลิปสติก แถมได้เท็กคืนด้วยที่เมืองไทยขาย 2 พันกว่ากระเป๋าลอมแชมป์ หรือลองชอม ถูกมากกก ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งหนึ่ง รวมถึงช็อกโกแลตทั้งหลาย เพราะนมที่นี่ดีจริงๆ ถึงแม้จะเป็นแบนรนด์เดียวกันกับที่ขายที่ญี่ปุ่นหรือเมืองไทย แต่สินค้าจากไอซ์แลนด์อร่อยกว่าเยอะเลย

เสื้อผ้าแฟชั่น ถุงเท้ายาว และแบบจำลองสิ่งประดิษฐ์ไวกิ้งเซรามิก รวมถึงเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์หนังแกะ เป็นของฝากจากประเทศไอซ์แลนด์ อาจไม่ใช่ประเทศที่ขึ้นชื่อสำหรับการช้อปปิ้ง แต่จริงๆแล้ว ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับการชอปปิ้งอย่างแท้จริง!

Henry Street
ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าชื่อดัง และ เป็นที่ตั้งของสองศูนย์การค้า the Illac Centre และ Jervis Street Shopping Centre ที่มีความโดดเด่น จึงทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น แหล่งชอปปิ้งที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งบนถนนสายนี้ก็คือ the Roches Stores complex เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของร้านค้าแบรนด์ดังกว่า 20 แบรนด์ ทั้งศูนย์ความงามและร้านเครื่องสำอางด้วย

Moore Street
ตลาดที่มีชีวิตชีวาบนถนนที่เต็มไปด้วยสีสัน ที่สร้างโดยชาวท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง อย่าง Molly Malone และลองเดินตามจาก Henry Street โดยอาศัยยอดตึกทรงยุโรปนำทางไปเรื่อยๆ คุณจะเจอกับO'Connell Street เป็นที่ตั้งของสองห้างสรรพสินค้าอันยอดเยี่ยม อย่าง Penny's ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ และ Cleary's และเป็นที่สำหรับผู้ที่ต้องการการซื้อของแบบต่อรองราคากันได้อีกด้วย

Grafton Street
เป็นถนนคนเดินอีกแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยร้านของดีไซนเนอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ อยู่ในห้าง Brown Thomas โดยที่ห้างนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Gucci,Dio, Chanel, Valentino และ Jimmy Choo ฯลฯ

Dundrum Shopping Centre
เหมาสำหรับผู้ที่มีเวลาในการเดินช้อปปิ้งสั้นๆ หรือมีเวลาไม่มาก เพียงแค่ไปที่นี่ คุณจะเจอทุกอย่างที่คุณต้องการ เพราะเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ เพราะมีกว่า 60แห่ง รวมทั้งที่จอดรถขนาดใหญ่ และการเดินทางที่สะดวกสบาย

นอกจากนี้ เมืองอื่นๆ อย่าง Waterford, Cork, Kilkenny, Limerick และ Galway ที่ต่างก็มีร้านค้าให้คุณได้เดินซื้อของได้เช่นเดียวกัน รวมถึงเมืองเล็กๆและหมู่บ้านที่อยู่ตามชนบท ก็มีร้านค้าให้คุณได้เลือกซื้อของพื้นเมือง ของท้องถิ่นมากมายในสไตล์ ไอริสดั้งเดิมอีกด้วย

อาหารที่ขึ้นชื่อของไอซ์แลนด์

อาหารของไอซ์แลนด์ ที่เป็นส่วนประกอบหลักก็คือปลา และเนื้อแกะ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม ไอซ์แลนด์มีชุดอาหารดั้งเดิมที่เรียกว่าทอร์รามาทอร์ ซึ่งประกอบด้วยอาหารหลากชนิด เช่น เนื้อแกะเค็มรมควัน ปลาแห้ง และขนมปังต่างๆ

Drisheen
เป็นอาหารประเภทของพุดดิ้งที่ทำจากนมวัว, หมูหรือเลือดแกะ ซึ่งพุดดิ้งนี้มีลักษณะสีขาวเป็นส่วนผสมของเนื้อหมู, ขนมปัง, ซีเรียล, ไขมันและน้ำมั่นแผ่น และหอยต้มในน้ำทะเลเค็ม

หัวแกะ
หัวแกะ กินกันแทบทุกบ้าน เพราะถือเป็นเมนู อาหารประจำชาติ ที่จะทำกินกันช่วงฤดูหนาว โดยมีการนำหัวแกะมาต้ม ที่ ไอซ์แลนด์ นิยมกินเนื้อแกะ กินกันเป็นหัวๆ เลยเชียว

นก Puffin pair
เป็นนกที่ป็นสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์แต่สามารถนำมากินได้ และถือเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากอีกเมนูหนึ่ง ที่เกาะ Vestmannaeyjar หรือ Westman Islands

Hakarl
หลายคนเรียกเมนูนี้ว่าเป็นเนื้อฉลามเน่า เพราะทำมาจากเนื้อฉลาม ด้วยการนำเนื้อฉลามไปฝังดิน 6-12 สัปดาห์ แล้วขุดขึ้นมาเพื่อนำไปตากแห้ง จากนั้นนำมารับประทานได้ รสชาติของมันก็จะมีกลิ่นฉุนแอมโมเนียเหมือนกับปัสสาวะมาก

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์

นอกเหนือประสบการณ์ความสวยงาม ของสถานที่ต่างๆ ที่เป็นแบบธรรมชาติสร้างขึ้นมา และสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้ว ประเทศไอซ์แลนด์ ยังมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ มากมายที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต่างพากันเดินทางมาเพื่อที่จะได้สัมผัสกับความงาม และบรรยากาศ รวมถึงสิ่งสวยงามต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างลงตัว ซึ่งไม่เพียงแต่แสงเหนือเท่านั้น หากแต่ ไอซ์แลนด์ ยังมีความงามของธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นมา ที่ทำให้เป็นอีกหนึ่งดินแดนในฝัน ดินแดนมหัศจรรย์ ของเกาะแห่งนี้

น้ำพุร้อน
Geysir หรือ น้ำพุร้อน ที่หลายคนมาเที่ยวไอซ์แลนด์ทั้งที ส่วนใหญ่จะไม่พลาด น้ำพุร้อนที่มีชื่อคือน้ำพุร้อน Geysir ใน Haukadalur อยู่ทางใต้ของไอซ์แลนด์ น้ำพุร้อนของที่นี่จะพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน สูงกว่า 180 ฟุตเลยทีเดียว

บลูลากูน
Blue Lagoon เป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ อีกแห่งที่ตั้งอยู่ในเขตลาวาใน Grindavik ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแหวกว่าย และนอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้จะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายได้ดี ซึ่งในน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์นี้ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ว่ากันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้ด้วย

น้ำตกกุลล์ฟอสส์
เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากในไอซ์แลนด์ น้ำตก Gullfoss รวมกันหมายถึง น้ำตกทองคำ ซึ่งได้สมญานามว่า ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและมีความอลังการ ด้านบนตัวน้ำตกมีพื้นที่กว่า 1 กิโลเมตรและค่อยๆ หักทำมุมโค้งวนคล้ายบันไดเป็น 3 ขั้นด้วยกัน และมีการลาดเอียงลดหลั่นระดับไล่ลงไปเป็น 2 ช่วง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสได้ถึงความเย็นสดชื่น และเมื่อยามที่ละอองน้ำปะทะกับแสงแดดสะท้อน จะทำให้หลายๆ คนเห็นปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาพแห่งความสวยงามมากมาย

ธารน้ำแข็ง
โจกุลซาลอน Jokulsarlon ที่นี่เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ และเมื่อธารน้ำแข็งก็ละลายมากขึ้น ก็จะทำให้มีการเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุก ๆ ปี ภาพของก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์ ละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งด้านบน และไหลลงสู่ทะเล ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพของก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่ที่ดูสวยงามและแปลกตา ลอยล่องอยู่เต็มทะเลสาบ ถือเป็นอีกหนึ่งภาพจากธรรมชาติ ที่สามารถหาชมได้ที่เกาะไอซ์แลนด์แห่งนี้

โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา
ชมความงามของโบสถ์ประจำเมือง เรกยาวิก ซึ่งเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ที่สูงสุดในไอซ์แลนด์สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมแนวอิมพราสชั่นนิสท์ ตัวโบสถ์มีความสูงถึง 74.5 ม. ออกแบบโดยนายกุดโยน ซึ่งถือว่ามีสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ และเป็นศาสนสถานที่สำคัญของชาวไอซ์แลนด์ และยังเป็นจุดชมวิวที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมืองเรกยาวิก คุณจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองเรกยาวิกอันสวยงามได้โดยรอบ ด้านหน้าของโบสถ์ยังมีอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน ซึ่งเป็นชาวนอสร์ ชาติยุโรป คนแรกที่ไปเหยียบดินแดนแถบอเมริกา โดยอนุสาวรีย์นี้สหรัฐอเมริกา ได้มอบให้แก่ไอซ์แลนด์เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปี รัฐสภาของไอซ์แลนด์

Pingvellir
Pingvellir ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไอซ์แลนด์ และที่นี่ถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของเกาะไอซ์แลนด์เลยก็ว่าได้ ซึ่ง Pingvellirถูกสร้างบขึ้นเพื่อระลึกถึงว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรก และยังถือเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของไอซ์แลนด์ ส่วนพื้นที่รอบ ๆ ทั้งในส่วนของทะเทสาบที่มีความงดงามของธรรมชาติ ยังถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2004 อีกด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชื่นชมและสัมผัสความงามแบบใกล้ๆ ที่ไอซ์แลนด์แห่งนี้

Kirkjufell
ภูเขาที่เป็นเป้าหมายของช่างภาพจากทั่วโลก นั่นคือ Kirkjufell เป็นสถานที่หรือ เป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยว และช่างภาพ ที่อยากจะเดินทางมาเก็บแสงเหนือ เพราะมีทั้งฉากหน้า ภูเขา น้ำตก ครบถ้วนสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวหลายคนที่นั่งรอแสงเหนืออยู่หลายวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะพบกันง่ายๆ เพราะบางครั้งการที่จะชมแสงเหนือให้สวยงาม เหมือนแสงเหนือเต้นระบำนั้น จะต้องไม่มีอุปสรรคใดๆ เช่นเมฆมาก หรือฟ้าครึ้ม แต่หากไม่ได้เห็นแสงเหนือก็ยังสามารถชมความสวยงามของ Kirkjufell ก็ได้เช่นกัน เพราะตำแหน่งของน้ำตกวางตัวได้พอเหมาะเป็นธรรมชาติที่งดงามและน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

เทศกาลสำคัญ ของไอซ์แลนด์

วันเซนต์แพทริก
เทศกาลของชาวไอร์แลนด์ สำหรับวันเซนต์แพทริก นับว่าเป็นวันสำคัญที่สุด สำหรับทางศาสนาคริสต์ในประเทศไอร์แลนด์ นอกจากจะเป็นเทศกาลที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมไอริชได้ดีที่สุดแล้ว วันเซนต์แพทริกยังเป็นการเฉลิมฉลองที่เชื่อมโยงชาวไอริชทั่วทุกมุมโลกให้รู้สึกเป็นอัน หนึ่งอันเดียวกันอีกด้วย

มีสัญลักษณ์มากมายที่สื่อถึงความสำคัญของวันเซนต์แพทริก และไม่เพียงแค่สีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์เด่นของวันเซนต์แพทริกเท่านั้น หากแต่ผู้เฉลิมฉลองชาวไอร์แลนด์จะใส่ชุดสีเขียวกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งสัญลักษณ์ของวันเซนต์แพทริกก็คือ leprechaun มีลักษณะคล้ายๆ ตัวเอลฟ์ในเทพนิยาย leprechaun มักจะอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลาและมีความเจ้าเล่ห์ และเชื่อถือไม่ได้ ตามตำนานเชื่อกันว่าleprechaun เป็นช่างทำร้องเท้าแก่ ทำรองเท้าให้เหล่าแฟร์รี่ โดยสูงเพียง 2 ฟุตเท่านั้น หากผู้ใดจับตัว leprechaun ได้ จะสามารถถามถึงที่ซ่อนของหม้อทองคำที่ leprechaun ซ่อนไว้ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นวันสิ้นชีพของนักบุญแพทริค นักบุญผู้ปกป้องคุ้มครองไอร์แลนด์ วันนี้จึงเป็นวันหยุดทางศาสนาของไอซ์แลนด์ และมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่สนุกสนาน มีขบวนพาเหรด การแต่งกายด้วยสีเขียว ทุกวันที่17 มีนาคมของทุกปี

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศไอซ์แลนด์

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปไอซ์แลนด์ไม่มีสายการบินตรง จึงต้องเลือกสายการบินที่มีการต่อเครื่อง อีกไฟลท์ เมืองที่บินแล้วไปต่อเครื่องได้เพื่อบินไปถึงเมืองเรคยาวิก หรือเมืองหลวงของไอซ์แลนด์แล้วราคาถูกที่สุด จากเมืองไทยคือ

- สายการบิน Aeroflot ซึ่งสายการบินนี้จะไปลงที่มอสโกเพื่อเปลี่ยนเครื่องใครอยากไปเที่ยวรัสเซีย จะมีเวลาทรานซิทนานเป็นวัน แล้วออกจากสนามบินไปเที่ยวได้ ไม่ต้องใช้วีซ่า
- สายการบิน Emirates สายการบินนี้บินไปเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ
- สายการบิน Finnair ไปเปลี่ยนเครื่องที่เฮลซิงกิ
- สายการบิน Norwegian Air เป็นสายการบิน Low cost ของนอร์เวย์ จะคล้าย ๆ Air บินตรง
- สายการบิน SAS และ Thai Airways ทั้งสองสายการบินนี้บินตรงทั้งคู่

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไป ประเทศไอซ์แลนด์

การเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาวเป็นสิ่งสำคัญ แม้ไอซ์แลนด์จะไม่หนาวมาก แต่สำหรับบางคนอาจจะถือว่าเป็นอากาศที่เย็น ในระดับหนึ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวควรจะเตรียมเสื้อไหมพรมแขนยาว ควรจะเป็นเสื้อผ้าที่ดูดีทั้งข้างนอกและใน เพราะหากเข้ามาในตัวอาคาร อาจถอดชิ้นนอกออก ควรเป็นผ้า ที่ระบายอากาศได้ดี

เตรียมหมวกกันหนาว
อาจจะเป็นหมวกธรรมดาที่ไม่ถึงกับต้องใช้ไหมพรมก็ได้ และอาจมีผ้าพันคอ พันเพื่อให้ความอบอุ่น หมวกควรกันลมเข้าไปที่หนังศีรษะ และอาจต้องหาที่ปิดหูเพราะถ้าโดนลมละก็ทั้งหนาวทั้งเจ็บโดยเฉพาะเมื่อลมแรงมากๆ

ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้า
ใช้ถุงมือกันลมที่ทำเป็นชั้นหนาๆ หรือเป็นผ้าสังเคราะห์ที่อุ่นๆ ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันหนาว ส่วนถุงเท้าเป็นแบบหนาๆ รองเท้าสำคัญมาก ดอกยางต้องดีกันลื่นบนน้ำแข็งได้พอควรและยังต้องกันหนาวได้ดี นอกจากนี้ยังควรเตรียมยารักษาโรค หรือยาประจำตัวไปด้วย

ด้วยความสวยงามที่ลงตัว ทั้งปรากฏการณ์จากธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างอันงดงาม ทำให้ไอซ์แลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์ ที่หลายคนยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งดินแดนและเกาะในฝัน ที่อยากจะมาสัมผัสมากที่สุด

ทัวร์ประเทศไอซ์แลนด์

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 572 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม