สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเยอรมนี

ประเทศเยอรมนี เชื่อว่านอกจากนักฟุตบอลแล้ว หลายคนอาจจะกำลังนึกถึงเบียร์เยอรมัน ขาหมูเยอรมัน ไส้กรอก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารหรือกับแกลมอันลือชื่อทั้งนั้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีอิทธิพลมายังบ้านเราได้แบบชิลๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอาหารการกินมากกว่า ส่วนจุดเด่นของเยอรมันนั้น ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีความสำคัญและถือว่ามีชื่อเสียงอย่างมาก บวกกับความสวยงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่ทำให้ประเทศเยอรมนี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสกับความงามของที่นี่ได้

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศเยอรมนีมีสภาพทางภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปจากทางตอนเหนือถึงทางตอนใต้ โดยมีทั้งที่ราบทางตอนเหนือและเทือกเขาทางตอนใต้ ซึ่งพรมแดนทางทิศเหนือติดทะเลเหนือของประเทศเดนมาร์ก และทะเลบอลติก ส่วนทิศตะวันออกติดโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก ทางทิศตะวันตกติดฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ และทางทิศใต้ติดออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ เยอมันมีความยาวทั้งหมดประมาณ 3757 กิโลเมตร ซึ่งจัดได้ว่าเยอรมนีเป็นประเทศที่มีประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดในยุโรป

การแบ่งเขตการปกครอง

เยอรมนีมีการปกครองในรูปแบบสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ( และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งการแบ่งเขตการปกครองประกอบไปด้วย 16 รัฐ และแบ่งเป็น 13 มลรัฐ คือ รัฐนอร์ธไรน์-เวสต์ฟาเลีย,รัฐเสรีบาวาเรีย ,รัฐเสรีทูรินเจีย,รัฐเฮสส์ ,รัฐเสรีแซกโซนี ,รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต, รัฐซาร์ลันด์, รัฐชเลสวิก-โฮลชไตน์, รัฐบาเดิน-เวอร์ทเทมแบร์ก,รัฐเมคเลนบูร์ก-เวสเทิร์น ,พอเมอราเนีย, รัฐโลว์เออร์แซกโซนี,รัฐบรันเดนบูร์ก และรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ และ 3 นครรัฐ คือ กรุงเบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก และรัฐเบรเมิน ซึ่งแต่ละรัฐมีการปกครองและรัฐบาลของตนเอง

ประชากรและวัฒนธรรม

ประเทศเยอรมนีหรือเรียกอย่างเป็นทางการว่าสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีประชากรกระจายตัวอยู่ในแต่ละภูมิภาค กว่า 25 ล้านคน ใช้ชีวิตอยู่ใน 82 เมืองใหญ่ และอีก 50.5 ล้านคนอยู่ในชุมชนและเมืองรวมถึงอาศัยอยู่ในย่านที่มีประชากรไม่เกิน 2,000 คน เพราะผู้อพยพเข้าในเบอร์ลิน มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จึงถือได้ว่าเยอรมนี เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากแห่งหนึ่งในในยุโรป วัฒนธรรมเยอรมนี ก็คือภาษาเยอรมันนั่นเอง ซึ่งยังใช้เป็นภาษาราชการด้วย ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก รองลงมาคือ คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ และนับถือศาสนาบางส่วน แต่สิ่งดึงดูดที่สำคัญก็คือ กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของและได้รับความนิยมชมชอบจากเยาวชนทั่วโลก

สภาพภูมิอากาศของเยอรมนี

ลักษณะอากาศของเยอรมนีเป็นแบบค่อนข้างไปทางอุณหภูมิที่มีอากาศหนาวเย็น และแบ่งได้เป็น 4 ฤดู
ฤดูร้อน อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือน สิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วง อยู่ในช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน มีอากาศ เย็นลงและมีฝน ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดงบ้างดูสวยงาม ส่วนฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิอาจติดลบถึง ลบ 5 องศาและมีหิมะตกบ้าง ฤดูใบไม้ผลิอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม จนถึงเดือน พฤษภาคมมีอากาศอบอุ่น ดอกไม้เริ่มบานและต้นไม้แตกใบอ่อน

โซนเวลาของเยอรมนี

ประเทศเยอรมนีใช้เวลามาตรฐานแบบ +1 ชั่วโมง และมีเวลาที่ใช้ปรับตามฤดูกาลคือ +1 ชั่วโมง ซึ่งการปรับเวลาไปตามฤดูกาลนั้น จะเริ่มปรับเวลาขึ้นในวันอาทิตย์สิ้นเดือนช่วงเวลา 02:00 น.นาฬิกาจะถูกปรับเลื่อนไปข้างหน้า 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 03:00 น. และกำหนดการในการปรับเวลาจะสิ้นสุดลงตาม ในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมในช่วงเวลา 03:00น. เมื่อเทียบระยะเวลาที่ต่างจากประเทศไทย เวลาในประเทศเยอรมนีจะเดินช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 5ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ใช้ในเยอรมนี

ค่าเงินที่ประเทศเยอรมนีใช้ก็คือสกุลยูโร คือ1ยูโรเท่ากับประมาณ 34.41บาท ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลยูโรอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ควรเช็คทุกครั้งก่อนแลก

ระบบไฟฟ้าในประเทศเยอรมัน
ประเทศเยอรมนีใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยจะมีช่องเสียบปลั๊กเป็นแบบสองขากลมและมีเบ้ากลมลึกลงไป ควรเตรียมแอดปเตอร์ติดตัว ไปด้วย

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับรหัสโทรศัพท์เมื่อโทรเข้าประเทศเยอรมนี คือ +49 แล้วตามด้วย 0 แล้วจึงกดเบอร์โทรศัพท์ หรืออาจจะหาซื้อบัตรเติมเงิน หรือหยอดเหรียญ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบโทรศัพท์สาธารณะในเมืองเล็ก ๆ ส่วนบัตรโทรศัพท์หาซื้อได้ตามไปรษณีย์ และตามส่วนที่บริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถซื้อซิมการ์ด แล้วนำมาใช้กับโทรศัพท์ที่เรานำไปจากเมืองไทยได้เช่นกัน ส่วนระบบอินเทอร์เน็ต ที่เยอรมนีจะปล่อยสัญญาณ Wi-Fi หรือ W-Lan มีการจัดระบบให้บริการฟรีในเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร,โรงแรมและ สนามบิน ซึ่งทางเยอรมนีต้องการให้มีการกระจายระบบ Wi-Fi ให้มากละทั่วถึงในแถบเมืองเล็ก ๆ อีกด้วย การซื้อซิมการ์ดที่เยอรมนี มีราคาถูก เน็ตของที โมบาย 3 GB ใช้ได้ 1 เดือน ราคารวมซิมและแพ็คเก็จ แล้วประมาณ 20 ยูโรซึ่งอาจจะไม่ต้องใช้โรมมิ่งก็ได้

สินค้าและของฝากจากเยอรมนี

หากมรประเทศเยอรมนี จะมีของที่ระลึกหลากหลายอย่างพวงกุญแจ นาฬิกากุ๊กกู ตุ๊กตา รูปปั้นจำลอง หรือจานตั้งโชว์ ซึ่งที่ขึ้นชื่อนอกจากจะมีเบียร์เยอรมันแล้วและที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างก็เห็นจะเป็นแก้วเบียร์หลากหลายขนาดที่บ่งบอกลักษณะของความเป็นชาวเยอรมันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีของฝากที่ขึ้นชื่ออย่าง ช็อกโกแลต เวเฟอร์ แครกเกอร์ ลูกอม เจลลี รวมถึงครีมถนอมและประทินผิวทั้งหลาย ทั้งผิวหน้า ผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลปากและฟัน อาหารเสริมและวิตามิน ฯลฯ
อาหารที่ขึ้นชื่อของ เยอรมนี
อาหารเยอรมันแตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ แต่ในเยอรมนีเนื้อหมูเป็นที่นิยมกินกันมากที่สุดตลอดทุกภาค ส่วนเนื้อมักจะแปรรูปเป็นไส้กรอก มากกว่าซึ่งมีกว่า 1500 ชนิดของไส้กรอกที่ผลิตในประเทศเยอรมนี

Würste
ไส้กรอกของชาวเยอรมันจัดได้ว่าเป็นอาหารยอดนิยมทาง เบอร์ลิน นิยมทาน Currywurst ซึ่งเป็นไส้กรอก ที่มีผงกระหรี่อยู่ด้านบน ส่วนทางบาวาเรียนิยมทาน Weisswurst ไส้กรอกขาว ที่เสิร์ฟกับมัสตาร์ดหวาน หรือ Wollwurst ไส้กรอกที่ทำจากเนื้อลูกวัวและเนื้อหมู ซึ่งไส้กรอกส่วนใหญ่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป

Schweinebraten
ตามร้านอาหารหลายคนที่ไปเยอรมนีจะต้องสั่งคือ Schweinebraten คือหมูย่าง เนื้อส่วนไหล่ จะยอดเยี่ยมมากและถูกเสิร์ฟพร้อมซอสกับมันฝรั่ง

Brathend'l
Brathend'l คือไก่ย่างแบบเยอรมัน ดั้งเดิม และนิยมทานในวันอาทิตย์หรือตามเทศกาล แต่ในปัจจุบัน ไก่ย่างถูกนำมาขายตามลานเบียร์ทั่วไป

Steckerlfisch
เยอรมันเป็นประเทศที่มีทะเลสาบน้ำจืดจำนวนมาก ทำให้ปลาย่างกลายเป็นอาหารประจำชาติอีกอย่างของเยอรมัน Steckerlfisch ถูกจัดว่าเป็นอาหารที่ทำได้ง่าย นิยมนำมาย่างกลางแจ้งหรือตามลานเบียร์

Eintopf
Eintopf กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในช่วงหน้าหนาว ซึ่ง Eintopf เป็นมากกว่าซุป ซึ่งเป็นการปรุงอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และผัก โดยในสมัยก่อนอาหารจานนี้เกิดจากการนำเอาของเหลือมาปรุงรวมกัน จึงทำให้ไม่มีสูตรตายตัว แต่ในปัจจุบัน ส่วนผสมหลักๆ คือมันฝรั่งและแครอท ด้วยความง่ายในการปรุงเมนูนี้ ทำให้อาหารจานนี้เป็นที่นิยมมากตามครัวเรือนและร้านอาหาร

Käsespätzle
นอกจากอาหารที่เป็นเนื้อแล้ว เยอรมันยังมีอาหารมังสวิรัติที่ได้รับความนิยมอย่าง Käsespätzle เป็นประเภทหนึ่งของก๋วยเตี๋ยวที่ทานกับชีส Käse และเติมหัวหอมย่างเพื่อเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมขึ้ยร้านอาหารบางร้านนิยมเสิร์ฟบนกระทะร้อน

Lebkuchen
ขนมปังขิงเคลือบด้วยช็อคโกแลตและ วอลนัท รวมถึงผลไม้แห้งและขนมอื่นๆ Lebkuchen เป็นที่นิยมมากที่สุดในช่วงวันคริส มาสต์ แต่ก็มีLebkuchen ขายตลอดทั้งปี

Rote Grütze
ประเทศเยอรมันมีพื้นที่การปลูกต้นไม้ตระกูลเบอร์รี่มาก คนเยอรมันจึงนำเอาผลไม้เหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบและทำเป็นของหวาน ไม่ว่าจะเป็น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ ,เชอร์รี่, ราสเบอร์รี่, ที่เสิร์ฟคู่กับ Sahne ครีม หรือ ไอศครีมวนิลา

Schwarzwälder Kirschtorte
อีกหนึ่งความอร่อยของชาวเยอรมัน Schwarzwald หมายความว่าเชอร์รี่ เค้กช็อคโกแลต ที่มีชั้นครีมแทรกหลายๆชั้น และด้านบนเป็นเชอร์รี่ ถือเป็นของหวานอันเลื่องชื่อของประเทศเยอรมัน

ขาหมูเยอรมัน
คอเบียร์ในบ้านเราชอบมาก ซึ่งถือเป็นเบสิคที่ทุกคน มาเยอรมันแล้วไม่ได้กินขาหมู หรือไส้กรอกเยอรมันถือว่าไปไม่ถึง ตามร้านอาหารเยอรมันจริงๆ การสั่งขาหมูเยอรมัน หมายถึงคุณสั่งอาหารจานเดียว ต้องกินคนเดียวเพราะถือว่าเสียมารยาท

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเยอรมัน

เป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรมและอารยธรรมต่างๆของชาวเยอรมัน ยิ่งหากตรงกับช่วงเทศกาลบอลโลก และที่มีการแข่งขันฟุตบอล จะทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งเนเธอร์แลนด์ ,สหรัฐอเมริกา และชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่จะมายังกรุงเบอร์ลินเพราะเป็นเมืองหลวง และท่องเที่ยวสไตล์คลาสสิกเยอรมันตามเมืองต่างๆอีกด้วย

เบอร์ลิน
กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ที่มีความหลากหลายและความน่าตื่นเต้น ซึ่งที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเยอรมัน ทั้งแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี งานสถาปัตยกรรมรวมถึงสถานที่เที่ยวกลางคืนบนถนน Unter den Linden มีพิพิธภัณฑ์, โอเปร่าเฮ้าส์ ,โบสถ์, ส่วนประตู Brandenburg เป็นประตูกั้นเยอรมันตะวันออก และ ตะวันตกในยุคที่ยังไม่รวมประเทศ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรวมเป็นปึกแผ่นของเยอรมนีอีกด้วย และที่น่าสนใจคือThe Jewish Museumได้รับให้เป็นมรดกโลกจากองการยูเนสโก้อีกด้วย

Black Forest
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับ ป่าดำแห่งเยอรมนี เพราะมีความสวยงามของธรรมชาติมากมาย ซึ่งป่าดำมีอาณาบริเวณกว้างถึง 11,000 ตารางกิโลเมตร มีสถานที่สวยๆตั้งแต่ภูเขาสูง ยัน ไร่องุ่นให้ไปเที่ยวมากมาย คุณสามารถมาท่องเที่ยวแบบหลากสไตล์ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือ เดินทางบนหลังม้าก็ทำได้เช่นกัน

หมู่บ้าน Baden-Baden
หมู่บ้านสปาน้ำแร่ Baden-Baden มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก เพื่ออาบน้ำผ่อนคลาย และรักษาแผลหรืออาการบาดเจ็บต่างๆได้ ซึ่งหมู่บ้าน Baden-Baden เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนรวย หรือเรียกกันว่าเป็นเมืองหลวงน่าร้อนของยุโรป เพราะน้ำแร่ของที่หมู่บ้านนี้ผุดขึ้นมาจากตาน้ำทั้ง 12 แห่งรอบๆ ทำให้น้ำที่นี่มีแร่ธาตุสูง การเดินทางมาที่นี่ค่าใช้จ่ายไม่น้อย

Heidelburg castle and Old Town Bridge
ปราสาทไฮเดลเบิร์กและสะพานเมือง Heidelburg castle and Old Town Bridge ซึ่งบางส่วนของปราสาทไฮเดลเบิร์ก ถูกทำลายไปบ้าง แต่ยังคงความขลัง ตามสไตล์ยุโรปเป็น 1 ใน landmark ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเยอรมัน เมื่อก่อนเป็นป้อมปราการ ต่อมาได้กลายเป็นปราสาทที่พำนักของพระเจ้าฟรีดิชและมีที่ผิงไฟสไตล์ Renaissance มีโบสถ์ประจำปราสาทและสวน Hortus Palarnnus ที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็เคยถูกจัดให้เป็น 1 ใน 8 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาแล้ว ไปอีกไม่ไกลนักนอกปราสาท มีสะพานประจำเมือง มีวิวที่สวยงามเหมาะสำหรับการเดินเล่น ดูวิวและ พักผ่อน

เมืองโคโลญจน์
มหาวิหารโคโลญจน์เป็นมหาวิหารสไตล์ Gothic ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสถาปัตยกรรมของที่นี่มีความสวยงาม แม้แต่กระจกก็ถูกสร้างและออกแบบอย่างปราณีตโดยจิตรกรเอกของเยอรมัน ซึ่งเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอรมันมากมาย ทั้งพิพิธภัณฑ์ โรงละคร โรงหนัง และร้านอาหาร ฯลฯ และที่เมืองนี้มีเทศกาลเฉลิมฉลอง 5 ฤดู ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่เดือน พฤษจิกายนและยังมี Chocolate Museumเป็นพิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลตมีน้ำพุช็อคโกแลต ซึ่งนักท่องเที่ยว สามารถเอาวัฟเฟิลไปจุ่มกินได้ รวมถึงประวัติศาสตร์น่ารู้เกี่ยวกับช็อคโกแลตที่มีมากว่า 3000 ปี อีกด้วย

Neuschwanstein castle
ปราสาทนอยชวานชไตน์ คล้ายๆกับในการ์ตูน เพราะมีความแฟนซี สวยงาม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น Bavaria ซึ่งปราสาทแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้วอลท์ ดิสนีย์ Walt Disney สร้างปราสาทต่างๆในการ์ตูนเทพนิยายของเขาให้มีลักษณะคล้ายกับปราสาทนอยชวานชไตน์นั่นเอง ซึ่งปราสาทนี้ถูกสร้างในศตวรรตที่ 19 โดย พระเจ้าลุดวิกที่ 2 เอาไว้เป็นสถานที่สำหรับการลี้ภัยหลังจากเสียบันลังก์แห่งแคว้นบาวาเลียและอาศัยอยู่ในปราสาทสุดแห่งนี้จนวาระสุดท้าย

Bayreuth
ที่ไบรอยท์ทุกๆ ปีจะมีการจัดเทศกาลของ Richard Wagner นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งโดยจะจัดคอนเสิร์ต 8 ครั้ง โดยมี นักดนตรีคลาสสิคชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงานนี้ด้วย เชื่อได้ว่านักท่องเที่ยวจะไม่ผิดหวังจากความอลังการของสถาปัต และงานศิลป์ บนฝาพนังของโรงโอเปร่ายักษ์แห่งนี้อย่างแน่นอนซึ่งที่นี่ยังเป็น 1 ในโรงหนังสไตล์บาโรคที่สวยที่สุดของทวีปยุโรปอีกด้วย

หุบเขาส่วนกลางตอนเหนือของแม่น้ำไรน์
ปราสาท คฤหาสน์ และ สวนองุ่น ที่เรียงรายล้อมกันอยู่บริเวณ เวิ้งของหุบเขากลางของแม่น้ำไรน์ The Upper Middle Rhine Valley ได้ถูกยกให้เป็นมรดกโลกจากองการค์ยูเนสโก้ เพราะมีวิวสวยๆของหุบเขาแห่งนี้ ซึ่งยังมีเมืองแสนสวยอย่าง Bingen และ Rudesheim แถมด้วยไร่องุ่นมากมาย ที่เรียงรายกันเป็นวิวแสนสวย

มิวนิก Munich
มิวนิกเป็นเมืองหลวงของ Bavaria ที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ มีสถานที่ทางวัฒนธรรมและศาสนาที่สำคัญมีลานเบียร์การ์เด้น
ในทุกๆฤดูใบไม้ร่วงจะมีเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นที่เมืองมิวนิก โดยจะมีเบียร์แบรนด์ดังๆจากทั้งในเยอรมันและนานาชาติเข้าร่วมและที่ Marienplatz นักท่องเที่ยวจะได้พบกับสถานที่สำคัญอย่าง Town Hall และ ตึก St. Mary ส่วน The Deutschse Museum เป็น 1 ในสถานที่ที่จัดงานเทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีรถใหม่ๆมากมายทั้งร่วมเทศกาล

ทะเลสาปโบเดนเซ
Lake Constance จากวิวของเทือกเขาแอลป์ จากทะเลสาปโบเดนเซจะทำให้นักท่องเที่ยวต้องตะลึงในบรรยากาศอันงดงาม ซึ่งทะเลสาปนี้มีอาณาเขตติดสามประเทศก็คือ สวิส ออสเตรีย และ เยอรมัน ไม่เพียงแต่มาชื่นชมความงามธรรมชาติเท่านั้น หากแต่คุณยังสามารถวายน้ำ เล่นเรือใบ วินเซิร์ฟ หรือพายเรือเล่น หรือชมวิวสวยๆบนเกาะกลางทะเลสาปทั้ง 3 ก็ทำได้ ถือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของเยอรมันที่งดงามยิ่ง

ภูเขา Zugspitze
Zugspitze ภูเขาแห่งนี้มีความสูงที่สุดในเยอรมัน ซึ่งคุณสามารถมองเห็นภูเขาได้มากกว่า 400 ภูเขา ของอีกหลายประเทศทั้ง เยอรมัน, อิตาลี, ออสเตรีย หรือสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่จะมีหิมะตกรวมกัน 7 เดือนต่อปี ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเล่น สกีและ สโนบอร์ด ฯลฯ จะทำให้คุณประทับใจไม่ลืมเลยทีเดียว

เทศกาลสำคัญของเยอรมนี

เทศกาลเบียร์
เยอรมนีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตเบียร์และผู้คนนิยมดื่มเบียร์เป็นอันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกที่ประเทศนี้จะมี เทศกาลเบียร์ หรือชาวเยอรมันเรียกว่า Wiesnโดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ของทุกปี ช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือน ตุลาคมของทุกปี

เทศกาลคาร์นิวาลที่เยอรมัน
Carnival craziness in Germany เชื่อว่านักท่องเที่ยวทั่วโลกจะต้องรู้จักหรือคุ้นหูแน่นอน เพราะถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวคริสต์ ซึ่งระยะเวลาของการจัดงานแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นแต่ที่เหมือนกันก็คือ การแต่งกายแฟนซี สีสันฉูดฉาด ผู้คนเดินเป็นกลุ่มไปตามท้องถนน ชาวเยอรมันเรียกชื่อเทศกาลนี้ว่า Fasching โดยการเฉลิมฉลองจะเริ่มอย่างเป็น วันที่ 11 พ.ย. ของทุกปี เวลา 11.11 น.ของแต่ละเมือง ระยะเวลาของการจัดงาน อยู่ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน ถึง 5 มกราคม เป็นการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ มีนักท่องเที่ยวและขาวเมืองผู้เข้าร่วมงานนับแสนคน ซึ่งคริสต์ศาสนิกชน นิกายโรมันคาทอลิกจะร่วมกันอธิษฐานและ บริจาคสิ่งของรวมถึงการอดอาหาร เพื่อเป็นการระลึกถึงการทรมานและการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

เทศกาล อีสเตอร์
ชาว เยอรมัน เรียกเทศกาลนี้ว่าว่า Ostern โอสแตร์น ถือเป็นเทศกาลหนึ่ง ที่สำคัญที่สุด ใน คริสต์ศาสนาเป็นเทศกาล ที่มี วันหยุดราชการหลายวัน ติดต่อกัน จะเริ่มตั้งแต่ วันศุกร์ ถึงวันจันทร์ ชาวเยอรมันจะทำการตบแต่งบ้านเรือน และ สวน
เพื่อเป็น การต้อนรับการกลับมาของ พระเยซู สัญลักษณ์ ที่สำคัญ ของ เทศกาล นี้ คือ ไข่ และกระต่ายซึ่งจะถูกนำมาประดับ ประดาตามสถานที่ต่าง ๆ

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเยอรมนี

การเดินทางจากประเทศไทย ไปเยอรมนี มีสายการบินหลายสาย ที่มีทั้งบินตรงและบินอ้อม

สายการบิน Emirates Airlines
มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เมืองดุซเซลดอร์ฟ แฟรงก์เฟิร์ต และมิวนิก โดยทำการแวะเปลี่ยนเครื่องที่ ดูไบ แล้วจึงมุ่งหน้าสู่ มิวนิก

สายการบิน Lufthansa German Airlines
สายการบินของเยอรมันนี้ บินตรงจากกรุงเทพสู่ แฟรงก์เฟิร์ต ทุกวัน

การบินไทย
การบินไทยจะบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มิวนิก

สายการบิน LTU International Airway
สายการบินของเยอรมัน เป็นการบินตรงเฉพาะเมืองดุซเซลดอร์ฟ หากจะไปมิวนิกต้องต่อเครื่อง ราคาค่อนข้างถูกกว่าสายอื่นๆ แต่ก็จะมีข้อเสียคือ เสียเวลาไป 1 วันเต็มๆ และเวลาบินไม่เหมือนกันทุกวัน ต้องตรวจสอบให้ดีก่อน สำหรับการบิน นอกจากนี้ยังมีสายการบิน Emirate, Royal Brunai , Etihad, Turkish Airlines พวกนี้ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเครื่อง ถ้าบินกับ Lufthansa โดยตรงก็จะใช้เวลาบิน 11 ชั่วโมง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไปประเทศเยอรมัน

ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวช่วงเวลาไหนในเยอรมนี ก็ต้องมีเสื้อกันหนาวหนาๆ ติดตัวไว้เสมอ หากเมืองอยู่ในหุบเขาจะยิ่งมีอากาศหนาวมาก เพราะเยอรมนีจะมีอากาศร้อนไม่กี่วัน สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาไปด้วย และควรมีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาอังกฤษ

เพราะประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มีความเจริญเป็นอับดับต้นๆของโลก และมีความโดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี สถาปัตยกรรม และอื่นๆ ก็ยังมีความสวยงามของธรรมชาติที่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีมนต์ขลัง รวมถึงอาคารสิ่งปลูกสร้างยุคโบราณต่างๆ ที่น่าค้นหาและชวนให้ไปเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้กลายเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไว้คอยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาสัมผัส

ทัวร์ประเทศเยอรมนี

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 572 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม