สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้

แค่เอ่ยชื่อของประเทศเกาหลีใต้ ก็ทำให้หลายคนนั่งนึกภาพต่างๆ ของประเทศเกาหลีไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง การแต่งตัว อาหาร เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องประดับ ฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่างที่กล่าวมา ต่างก็ได้รับความนิยมในเมืองไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ซีรีย์เกาหลี ที่แม้ก่อนหน้านี้บ้านเราจะฮิตทุกอย่างที่เป็นของญี่ปุ่นกัน แต่หลังจากที่กระแสเกาหลีฟีเวอร์จากหนังหรือซีรีย์ แล้วทำให้ติ่งคนไทยบ้านเรา หันมาจับตามองและขอเกาะกระแสตามเทรนด์ของหนุ่มสาวแดนกิมจิบ้าง

ซึ่งแต่ละอย่างที่เป็นเทรนด์ ก็จะฮอตฮิตแตกต่างกันไป อย่างดารานักร้อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัยรุ่นที่ขอเป็นติ่ง ทั้งร้องทั้งเต้นเลียนแบบไอดอล ประกอบกับนักร้องบ้านเราได้เป็นหนึ่งในวงเกาหลี ทำให้เทรนด์ฮิตนักร้องไม่มีวันตกแน่นอน รวมถึงสไตล์การแต่งตัว และแอ็กเซ็สเซอรี่ต่างๆ เครื่องสำอางและเทรนด์การศัลยกรรม ที่มาน่าเชื่อว่าจะทำให้สาวๆ บ้านเราอยากจะทำหน้าเหมือนสาวกาหลี ถึงขนาดลงทุนบินไปอัพหน้ากันมาโดยเฉพาะดาราบ้านเรา จึงทำให้กระแสเกาหลีฟีเวอร์ในทุกๆ เรื่อง ยังคงเป็นที่พูดถึงในทุกเพศทุกวัยนั่นเอง

ลักษณะภูมิประเทศ

คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย โดยมีความยาวประมาณ 612 ไมล์ หรือ1,020 กิโลเมตร และกว้าง 175 กิโลเมตร หรือ 105 ไมล์ ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทรเป็นเทือกเขา ซึ่งเกาหลีจัดว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดิน ซึ่งเป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ โดยประกอบด้วยเทือกเขาและหุบเขา ตลอดจนชายฝั่งด้านตะวันออกที่มีความสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ส่วนชายฝั่งทางด้านใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อยๆ ลาดลงต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ถือเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี โดยเฉพาะในด้านการผลิตข้าว ซึ่งเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ที่มีการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย และ เกาหลีเหนือที่มีการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ และถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร

การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศเกาหลีใต้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ เกาหลี มหานคร , เกาหลี นครพิเศษ และ นครปกครองตนเอง สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย และประมุขของประเทศคือประธานาธิบดี ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เพื่อให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และมีนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และเกาหลีใต้มีการแบ่งเขตการปกครองเป็น 9 จังหวัด และ 7 เขตการปกครอง และมีกรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งทั้งหมด 77 เมือง และ 88 มณฑล

ประชากรและวัฒนธรรม

ประชากร ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากเกาหลี จีน ฟิลิปปินส์ และเชื้อสายอื่นๆ ส่วนวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวเกาหลี แม้ในปัจจุบัน ชาวเกาหลีจะยังคงเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นวัยรุ่น แต่การชุดแต่งกายตามประเพณีของชาวเกาหลีคือฮันบก หรือชุดที่ใช้แต่งกายในฤดูหนาวนั้น ส่วนใหญ่ใช้ผ้าที่ทอจากฝ้ายและกางเกงยาวที่มีสายรัดที่ข้อเท้าซึ่งช่วยในการเก็บความร้อนของร่างกาย ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะใช้ผ้าป่านลงแป้งแข็งหรือผ้ารามี ซึ่งจะช่วยในการซึมซับและการแผ่ซ่านของความร้อนในร่างกายให้มากที่สุด

สภาพภูมิอากาศของเกาหลี

ชาวเกาหลี เรียกผืนแผ่นดินแห่งนี้ว่า คึมซูกังซาน หรือ ผืนพรมทองแห่งแม่น้ำและภูเขา ความน่าพิศวงของผืนแผ่นดินนี้ถ่ายทอดผ่านแต่ละช่วงฤดูกาลด้วย ทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป ภูมิอากาศของเกาหลีซึ่งอยู่ในเขตอบอุ่นมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปีแบ่งออกเป็นฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง มีความแตกต่างกันมาก โดยช่วงฤดูหนาวจะกินเวลายาวนานกว่าฤดูร้อน และฤดูใบไม้ผลิ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สั้นที่สุด และช่วงเวลาฝนตกจะเป็นระหว่างฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน

ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิ ของเกาหลีจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 6 องศาฯ ถึง 16 องศาฯ ช่วงนี้ดอกไม้เยอะ ต้นไม้จะทำการผลิใบสะพรั่งเต็มต้น แสงแดดสดใสยาวนานตลอดวัน

ฤดูร้อน
ฤดูร้อน ของเกาหลีจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม โดยอุณหภูมิเฉลี่ย 22 องศาฯ ถึง 38 องศาฯ ถือเป็นช่วงที่ร้อนจัด แต่อากาศร้อน ก็จะทำให้มีฝนตกบ้าง หากไปเที่ยวเกาหลีช่วงนี้มองไปทางไหนก็จะเห็นสีเขียวทั้งต้นไม้ใบหญ้า ผลิใบเต็มที่ ปลายเดือนมิถุนายน จนถึงปลายเดือนกรกฎาคม และตลอดเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดที่สุด

ฤดูใบไม้ร่วง
ฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสี จะอยู่ช่วงเดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลง อยู่ที่ 5 องศา ถึง 25 องศาฯ แต่จะมีอากาศสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศดี เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากๆ จากนักท่องเที่ยว ถือว่าบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ในช่วงเดือนตุลาคม ที่เกาหลีจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้น เป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด

ฤดูหนาว
ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย -5 องศาฯ ถึง 20 องศาฯ อากาศจะแห้งและหนาวจัด บางครั้งมีฝนตกหรือหิมะตกหนัก นักท่องเที่ยวหลายคนไม่พลาด ที่จะไปเล่นหิมะ โดยอาจหาที่พักสำหรับเล่นสกีด้วย ถ้าจะไปช่วงนี้จะต้องเตรียม เสื้อผ้ากันหนาวไปด้วย

โซนเวลาของเกาหลี

โซนเวลาของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จะเร็วกว่าเวลามาตรฐานสากล 9 ชั่วโมง แลจะเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ใน เกาหลี

ค่าเงินของเกาหลีที่ใช้คือ สกุลเงิน วอน มีเหรียญกษาปณ์แบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอน ธนบัตรมี 1000, 5000 และ 10,000 วอน อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1,200 วอนต่อ 1 เหรียญสหรัฐ

ระบบไฟฟ้าใน เกาหลี

ระบบไฟฟ้าในประเทศเกาหลีใช้ไฟ 110 และ 220 โวลท์ ใช้ปลั๊กสองขาแบบแบน = 110 โวลท์ และปลั๊กสองขาแบบกลม = 220 โวลท์  เป็นปลั๊กกลม 2 หรือ 3 ขา (และมีสายดิน) ท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวีดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลกติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวก รวมถึงการเตรียมฟิล์มถ่ายรูป เมมโมรี่การ หรือแบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย เพราะที่เกาหลีอาจมีราคาแพง


การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

โทรศัพท์ที่ประเทศเกาหลีใช้ระบบ CDMA หากต้องการใช้โทรศัพท์ วิธีที่ประหยัดกว่าโรมมิ่ง คือการเช่าโทรศัพท์ที่สนามบิน จะมีบูธอยู่ มีอยู่ 3 ร้านคือ SK telecom , Olleh KT, และ S Roaming ส่วนอีกหนึ่งวิธีคือ การซื้อซิมการ์ดเกาหลีใช้ เพราะในปัจจุบันที่ประเทศเกาหลีมีซิมการ์ดระบบ GSM สำหรับนักท่องเที่ยว และสามารถใช้ร่วมกับมือถือของประเทศไทยได้ ซึ่งบริการนี้ก็มีของ SK telecom สามารถซื้อได้ที่บูธในสนามบินอินชอน หรือตามช้อปที่มีสัญลักษณ์ T- world โดยแจ้งพนักงานว่าต้องการซื้อซิมการ์ด จีเอสเอ็ม สำหรับสมาร์ทโฟน โดยใช้พาสปอตกับเงิน หนึ่งหมื่นวอน สำหรับค่าซิมการ์ด และอีก หนึ่งหมื่นวอน สำหรับเติมเงินค่าโทรศัพท์

เมื่อได้ซิมการ์ดมาแล้ว ก็นำมาใส่มือถือของคุณได้ทันที เมื่อลงทะเบียนตามคู่มือที่แนบมาแล้ว สามารถใช้โทรกลับไทยได้ และยังใช้ Free WiFi ของ SK telecom ได้อีกด้วย แต่จะใช้เฉพาะบริเวณที่มีจุด hot spot และรวมไปถึงในสถานีรถไฟใต้ดิน และอีกหนึ่งเจ้าที่มีบริการ ซิมการ์ด GSM คือ Olleh KT สามารถซื้อซิมการ์ดระบบ GSM ได้ที่บูธในสนามบินหรือะช็อปของ Olleh KT ได้เช่นกัน

อินเทอร์เน็ต ในประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในโซลนั้น ปัจจุบันมีสัญญาณ Free WiFi ให้บริการอยู่เยอะมาก ตามถนนหนทาง โดยเฉพาะที่มยองดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม หรือฮงแด แหล่งวัยรุ่น หากอยากเล่นแบบเสถียรสามารถหาได้ตามร้านกาแฟใหญ่ๆ มีสัญญาณฟรีทุกร้าน แถมยังสามารถ VDO Call ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ กับคนที่บ้านได้สบาย ส่วนตามที่พักไม่ว่าจะเกสเฮ้าส์ โฮสเทล หรือโรงแรม จะมี Free WiFi ไว้บริการทุกที่อยู่แล้ว แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และสัญญาณแรงไปจนถึงในห้องนอนเลยทีเดียว

สินค้าและของฝากจากประเทศเกาหลี

นอกจากกระแสฟีเวอร์ความแรงของเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม เครื่องประดับ หรือการทำศัลยกรรม ฯลฯ จนทำให้ประเทศเกาหลี ที่ชาวไทยกำลังฟินกับทุกๆอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การมาเที่ยวเกาหลี ซึ่งหากใครได้มาเที่ยวที่ประเทศเกาหลีแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่เมืองไทยไม่น้อย

ขนมพื้นเมือง
ขนมพื้นเมืองของเกาหลีส่วนใหญ่ทำจากแป้งต็อก มีหลายแบบและชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ซึ่งคนเกาหลีเองก็นิยมซื้อขนมพื้นเมืองเหล่านี้ให้แก่กันในวันสำคัญๆ อย่างขนม ชับซัลต็อก ทำจากแป้งต็อกและด้านในเป็นไส้ถั่วแดง หรือไส้อื่นๆ เหมือนขนมไดฟุกุของญี่ปุ่นนั่นเอง นิยมกินคู่กับชา หากนำมาสอดไส้สตรอเบอร์รี่ จะเรียกว่า ตัลกี ชับซัลต็อก ส่วนที่นิยมอีกอย่างก็คือ ขนมเค้กต็อก หรือเค้กข้าวนั่นเอง เป็นเค้กสไตล์เกาหลี ที่ทำจากแป้งต็อก เป็นเค้กเนื้อสีขาวเหมือนหิมะ

โสม
โสมเป็นพืชสมุนไพรของเกาหลี ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าโสมเกาหลีคือโสมที่ดีที่สุดในโลก เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคต่างๆ เหมือนยาบำรุง คนเกาหลีนิยมซื้อโสมมอบเป็นของขวัญเช่นกัน โสมที่ดีควรเป็นโสมที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป เพราะจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่โสมมีคุณภาพสูงสุด หากโสมมีรูปร่างคล้ายมนุษย์มากเท่าไหร่ ราคายิ่งสูงมากเท่านั้น เพราะถือว่ามีคุณภาพดีที่สุด ซึ่งจะมีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแคปซูล และแบบผงชงดื่ม

เครื่องสำอาง
เชื่อว่าสาวๆ คงจะไม่พลาดกลุ่มโลชั่นหรือเครื่องสำอาง โดยเฉพาะบีบีครีม หรือเครื่องสำอางเกาหลี มีทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ราคาแพง และสตรีทแบรนด์ที่อย่าง Skin Food, Etude, Missha, Tony Moly ฯลฯ ซึ่งราคาจะถูกกว่าช็อปในไทยถึง 3 เท่า ทำให้มีคนนำมาขายมากมาย

งานหัตถกรรมพื้นเมือง
ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอันดง กระเป๋า พวงกุญแจ หรือตุ๊กตาเกาหลีใส่ชุดฮันบก ล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยม เพราะมีราคาไม่แพง สามารถซื้อฝากได้หลายคน รวมถึงแสดงถึงสัญลักษณ์ของเกาหลีด้วย

นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกี่ยวกับ K-POP ไม่ว่าจะเป็น CD, DVD หรือสินค้าที่ระลึกอื่นๆ รวมถึง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เพราะเสื้อผ้าเกาหลี นอกจากจะอินเทรนด์แล้ว ยังใส่สบายอีกด้วย ซึ่งแฟชั่นเกาหลี จะมีสไตล์เป็นของตัวเองที่สามารถนำมา มิกซ์แอนด์แมชต์ ออกมาสวยเก๋ไม่ซ้ำใคร ส่วนเครื่องประดับเกาหลีนั้น เป็นแนวน่ารัก กุ๊กกิ๊ก ไม่ว่าจะเป็นสร้อย แหวน ต่างหู กำไล หรืออุปกรณ์แต่งผมประดับผมต่างๆ ก็เหมาะที่จะเป็นของฝากเช่นกัน

อาหารที่ขึ้นชื่อของ เกาหลี

อาหารเกาหลี ได้พัฒนาเทคนิคการถนอมอาหารพิเศษในฤดูหนาว ในสูตรอาหารประเภทผักกิมจิ และถือได้ว่ากิมจิเป็นสัญลักษณ์ของอาหารหมักดอง

บิบิมบับ
บิบิมบับ หมายถึง การคลุกเคล้า หรือที่คนไทยเรียกว่า ข้าวยำเกาหลี บิบิมบับ เป็นตัวแทนอาหารเกาหลีตามธรรมเนียมเก่าแก่ดั้งเดิมที่ใช้ในวันหยุดที่สำคัญ เช่น เทศกาลชูซอก แต่ปัจจุบันเป็นอาหารที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เพราะมีผักต่างๆ พร้อมกับเนื้อสัตว์หมัก มีพริกเกาหลีปรุงพิเศษเพิ่มเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันอย่างลงตัว

พอร์กคาลบิ
หรือที่รู้จักกันคือ หมูย่างเกาหลี เป็นเนื้อหมูหมักเครื่องปรุงคล้ายๆ กับ บุลโกกิ แต่เนื้อจะหั่นแผ่นโตและหนากว่า เวลาจะกินต้องนำมาย่างบนตะแกรงเตาถ่านจนสุก และใช้กรรไกรตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอคำ กินกับข้าวสวย กิมจิ และผักสด

ซัมเกทัง ไก่ตุ๋นโสม
ถือเป็นของขึ้นชื่อตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์โชซอน โดยมีต้นตำรับมาจากในวัง เป็นเมนูอาหารเกาหลีที่นิยมทานเพื่อบำรุงกำลังและเสริมสุขภาพ ซึ่งตัวไก่จะยัดไส้สมุนไพรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวเหนียว พุทราจีน รากโสม เกาลัดพริกไทยแดง กินพร้อมกับเครื่องเคียง

ชาบูชาบู
ถือเป็นอาหารสุดโปรดของคนไทยมาก หม้อไฟสไตล์เกาหลี โดยจะใช้เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆ มี ปูอัด หั่นยาวๆ เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวหมู ใส่ผักต่างๆ ทั้งเห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดฟาง กระหล่ำปลี ถั่วงอก ผักกาดขาว ใส่ลงไปในหม้อ แล้วเติมด้วยน้ำซุปร้อนๆ ต้มจนเดือด ก่อนจะเริ่มรับประทาน ก็จะนำอุด้งลงต้มอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีฮันจองซิก อาหารชุดเกาหลี โดยจะจัดเป็นชุดๆ จานเล็กๆ และบางครั้งก็มีหม้อไฟด้วย สุดท้ายก็จะจบลงด้วยเครื่องดื่มของหวาน เป็นเมนูที่มีอาหารครบทุกหมู่ นอกจากนี่ยังมีแนงมยอนหรือ บะหมี่เย็นสไตล์เกาหลี โดยจะเป็นเส้นบะหมี่อยู่ในน้ำซุปเย็นที่ใส่เกล็ดน้ำแข็งเข้าไปด้วย ส่วนกิมจิ เป็นอาหารประเภทเครื่องเคียง ไม่ได้เป็นเมนูหลัก แต่จะมีประจำทุกมื้อ ถือว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี

การไปเที่ยวเกาหลี ที่ตอนนี้ถือว่ากำลังมาแรง เพราะ หลังจากที่อินตามกระแสซีรี่ย์เกาหลี รวมถึงการทำศัลยกรรมความงาม จนทำให้เกิดการเกาหลีฟีเวอร์มาพักใหญ่ๆ และหลายคนที่มีไอดอลเป็นชาวเกาหลี ทำให้ใฝ่ฝันว่า อยากจะไปเที่ยวประเทศเกาหลี สักครั้ง ซึ่งไม่เพียงแต่บุคคลเท่านั้นที่น่าสนใจ หากแต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีอีกมากมายที่ยังรอคอยให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสบรรยากาศต่างๆ อีกด้วย

Gyeongbokgung Palace
เป็นพระราชวังเคียงบ๊อก ของเกาหลี สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์สมัย 600 ปีก่อน นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมท้องพระโรงหรือพลับพลากลางน้ำได้ ซึ่งภายในพระราชวังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลี ในอดีต และผ่านชมทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนปัจจุบัน

Chogyesa Temple
วัดโซเกซา สร้างขึ้นในปี 1910 เป็นวัดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง และได้กลายเป็นวัดศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายโซเกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ภายในศาลาจะเป็นที่ตั้งขององค์พระประธาน และพระพุทธรูปน้อยใหญ่ และในวัดยังมีต้นสนที่นำมาจากเมืองจีน มีอายุกว่า 500 ปี

Sheraton Walker Hill Show and Casino
ศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร มีการแสดงโชว์และคาสิโน อยู่ที่โรงแรมเชอราตัน วอกเกอร์ ฮิล ในหอประชุมใหญ่ที่สามารถจุผู้ชมได้ถึงมากเป็นพันๆ คน มีการแสดงที่หาดูได้ยาก จากคณะนาฎศิลป์ ที่มีทั้งการแสดง ร้อง รำ ทั้งแบบในวังและพื้นเมือง รวมถึงการแสดงแบบลาสเวกัส ประกอบมายากล อย่างตระการตา ทั้งแสง สี เสียง ฉาก เพียงแห่งเดียวในเกาหลีหรือการเสี่ยงโชคที่คาสิโน มีทั้งแบล์ค-เจต ลูเลต ฯลฯ ซี่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

เกาะจูจู
เกาะจูจู เป็นสถานที่สำคัญทางทะเลสำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่ยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเกาะจูจู มีสถานที่ รอเชิญชวนให้คุณมาสัมผัส อย่างเลิฟแลนด์ Love land ที่นี่จะมีรูปปั้นสไตล์ 18 บวก ซึ่งจะมีคู่รักมาเที่ยวกันมากมาย เพราะแต่ละคู่ชอบมานั่งดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี่

Gangneung
Gangneung เป็นจุดชม พระอาทิตย์ขึ้นลง ที่สวยในเกาหลี โดยเฉพาะที่หมู่บ้าน Jeongdongjin จะยิ่งเห็นความงามของพระอาทิตย์ที่ขึ้นและลงอย่างสวยงามที่สุด ใครชอบหาดทราย สายลมและทะเล ที่นี่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวสไตล์ชิลๆ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและพิพิธภัณธ์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเช่นกัน ยังมีสถาปัตยกรรมอันร่วมสมัยของ Hall Art World จุดที่เป็นศิลปะระดับโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปสุดฮิปอย่าง เมียงดง ที่ถือว่าทันสมัยสุดๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับเรียกว่าอะไรที่กำลังอินเทรนด์ สามารถหาซื้อได้ที่ เมียนดง เพราะเป็นศูนย์รวม แหล่งแฟชั่นสไตล์เกาหลี ทั้งของแบรนด์เนม และสินค้าราคาถูก หรือจะมาที่อีแทวอน ที่นี่จะแน่นไปด้วยร้านค้ากว่าสองพันร้านและแผงลอยเป็น กว่า 40 แผง ที่นี่จะขายพวกเสื้อผ้า สำเร็จรูป รองเท้า กระเป๋า เสื้อชั้นใน อัญมณี เครื่องหนัง งานศิลปะ ฯลฯ

เทศกาลสำคัญ ของเกาหลี

เทศกาลตกปลาเทร้าท์
เทศกาลตกปลาเทร้าท์หน้าหนาวภูเขาฮวาชอน ซึ่งจัดขึ้นที่ เมืองฮวาชอน-กุน จังหวัดคังวอน-โด ประมาณช่วงเดือนมกราคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพราะทุกปีบริเวณแม่น้ำฮวาชอนจะแปรสภาพเป็นน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนนับล้านคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะมาเทศกาลนี้เพื่อตกปลาเทร้าท์ภูเขาที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นมีอุณหภูมิตั้งแต่ 20 องศาเซลเซียสลงไป เป็นปลาที่สวยงามและหายาก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ตกปลามาได้ สามารถนำปลามาทำเป็นซูชิ หรือซาชิมิ ซึ่งสามารถทานได้เลย และภายในงานจะมีกิจกรรมท้าความหนาวต่างๆ อาทิเช่น การแข่งขันจับปลาเทร้าท์ด้วยมือตกปลาใต้น้ำแข็ง และมีการโชว์แกะสลักน้ำแข็ง ฟุตบอลน้ำแข็ง และเล่นเลื่อนหิมะ ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ที่หลายคนเฝ้ารอคอย เนื่องจากจัดแค่ปีละครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

เทศกาลชินโด ยองดึง น้ำทะเลแยก
เทศกาลนี้จัดขึ้นที่ เมืองชินโด จังหวัดชลลานัม-โด ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงที่น้ำลด และเกิดเป็นทางกว้าง 40 เมตรยาว 2.8 กิโลเมตร ระหว่างเมืองจินโดถึงเกาะโมโด ปรากฏการณ์นี้ผู้คนพากันเรียกว่า มหัศจรรย์แห่งโมเสส มีการล่องทะเลด้วยแพท่อนซุง การสักการะของชาวประมงต่อเทพแห่งทะเล และการชุมนุมของกุ้งหอยบนถนนทะเล การเฉลิมฉลองด้วยพิธีสักการะบูชาต่อยายป้องและการร้องเพลงเวลาทำงานของชาวเกาะชินโด และวัฒนธรรมต่างๆสำหรับชาวทะเล

เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียง และแมลง
เทศกาลนี้จัดขึ้นที่ อุทยานริมน้ำฮัมเปียงและพื้นที่เกษตรกรรมสิ่งแวดล้อมฮัมเปียง จังหวัดชลลานัม-โด นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจะได้เห็นถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่รวมความยิ่งใหญ่ของผีเสื้อและแมลงนับหมื่นๆ ตัว บินให้นักท่องเที่ยวได้ชมบริเวณเหนือทะเลแห่งดอกไม้นานาพรรณในพื้นที่ 33 ล้านตารางเมตรในเมืองฮัมเปียง

เทศกาลหมักโคลนโพเรียง
เทศกาลนี้จัดขึ้นที่ เมืองโพเรียง บนชายหาดแดเชิน จังหวัดชุงชองนัมโด นับเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในแถบนี้ โดยจัดขึ้นปีละครั้ง
มีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามากันมากมาย เนื่องจากความโด่งดังของโคลนที่เมืองโพเรียง ที่เป็นโคลนสีดำ แต่มีแร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายต่าง ๆ และมีคุณ สมบัติ ในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ประทินผิว ชะลอความชรา ลบรอยเหี่ยวย่น บรรยายภายในงานจะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวกับโคลนทั้งสิ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับการนวดตัว นวดหน้าด้วยโคลน บำรุงผิว และแต่งหน้าด้วยโคลน

นอกจากนี้ยังมีเทศกาลท่องเที่ยวของเกาหลีอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลได้ในแต่ละเดือน เพราะที่ประเทศเกาหลีจะเน้น วัฒนธรรมและประเพณีเดิม ไว้สืบทอดให้ชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างสืบเนื่องตลอดไป

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเกาหลี

ระเบียบการเข้าเมืองประเทศเกาหลี ยกเว้นวีซ่าให้สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย และอยู่เกาหลีได้ 90 วัน ซึ่งการเดินทางจากประเทศไทยมุ่งตรงสู่เกาหลี ขาไปใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ขากลับจะนานกว่าขาไป ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพราะบินทวนกระแสลม

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไป เกาหลี

การเตรียมเครื่องแต่งกายให้พร้อมก่อนการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีในฤดูหนาว เป็นสิ่งที่สำคัญ ควรเลือกเสื้อมีความหนา ป้องกันลมและความเย็นที่จะถ่ายเทจากอากาศภายนอกเข้าไปในเนื้อผ้าได้ เสื้อกันหนาวควรเตรียมสำหรับเล่นหิมะ และสำหรับเดินเที่ยวในเมือง ที่สามารถช่วยป้องกันความหนาวได้ เพราะคนไทยมีความอดทนต่อความหนาวเย็นได้น้อยกว่าคนเกาหลี ส่วนน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางไม่ควรเกิน 20 กิโลกรัม ต่อ 1 คน หากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดไว้ ทางสายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักเพิ่มประมาณกิโลกรัมละ 400–500 บาท และควรเลือกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่แบบแข็งแรงและมีล้อ เนื่องจากบริกรที่ประเทศเกาหลีมี
ค่อนข้างน้อย

แม้กระแสอินเทรนด์จะเริ่มซาลง แต่ก็ยังคงทำให้นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเทียวที่ประเทศเกาหลีอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความงามของวัฒนธรรมและความเป็นสไตล์ของประเทศที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจนั่นเอง

ทัวร์ประเทศเกาหลีใต้

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 568 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม