สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศอิตาลี

หากพูดถึงประเทศอิตาลี ทำให้หลายคนคงจะนึกถึงอาหารสไตล์อิตาเลียน อย่างพิซซ่า สปาเก็ตตี้ รวมถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สวยงาม แต่ละอย่างที่เป็นของขึ้นชื่อของประเทศอิตาลี ต่างเป็นสิ่งที่ดึงดูดทำให้นักท่องเที่ยว อยากจะเข้าไปสัมผัสกับวัฒนธรรมและสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ ในอดีต ที่ยังคงงดงามเหลือไว้ให้ทั่วโลกได้เดินทางไปชื่นชมอย่างต่อเนื่อง

ประเทศอิตาลี เป็นอีกหนึ่งประเทศในฝัน ที่หลายๆ คนอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะการได้ล่องเรือในแม่น้ำเวนิช หรือชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ รวมถึงลิ้มรสอาหารต้นตำหรับจากประเทศอิตาลี พร้อมกับบรรยากาศอันงดงามตระการตา

ลักษณะภูมิประเทศ

อิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูตมีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอิตาลี ตั้งอยู่บน คาบสมุทรอิตาลี ตั้งอยู่กึ่งกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและคาบสมุทรไอบีเรีย ถูกล้อมรอบด้วยทะเล ยกเว้นด้านเหนือ ที่มีอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับ ประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และ ออสเตรียมีเทือกเขาแอลป์ กั้นแบ่ง มีภูเขาที่สูงที่สุดใน ทวีปยุโรป คือ ภูเขามอนต์ บรานซ์ และเทือกเขาแอพเพนไนน์ ที่พาดผ่านตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอิตาลีคือ แม่น้ำโป และ แม่น้ำไทเบอร์ ที่ไหลผ่านกรุง โรม อิตาลีมีดินแดนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำและมีพื้นที่ราบที่กว้างใหญ่ที่สุด และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย นอกจากนี้ประเทศอิตาลียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย

การแบ่งเขตการปกครอง

เมืองหลวงของประเทศอิตาลีคือ กรุงโรม การปกครองของประเทศอิตาลีเป็นรูปแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตย มีรัฐสภาโดยใช้ระบบพรรคผสมรัฐสภาของอิตาลีมีวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนของทั้งสองสภาดำรงตำแหน่งครั้งละ 5 ปีส่วนรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี สาธารณรัฐอิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 15 แคว้นหรือ เรโจนี และ 5 แคว้นปกครองตนเอง หรือ เรโจนีเอาโตโนเม แต่ละแคว้นก็จะแบ่งการปกครองออกเป็นจังหวัด แต่ละจังหวัดก็จะแบ่งออกเป็นเทศบาลหรือ โกมูนี นอกจากนี้มีรัฐอิสระอีก 2 รัฐก็รวมอยู่ในประเทศอิตาลีด้วยคือ ซานมาริโน และวาติกัน

ประชากรและวัฒนธรรม

ประเทศอิตาลีมีประชากรกว่า 60.6 ล้านคน เป็นประเทศทีมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 23 ของโลกเชื้อชาติ ส่วนใหญ่คืออิตาเลียน และมีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่นๆคือ เยอรมัน สโลเวเนียฝรั่งเศส และแอลเบเนีย ภาษาทางการคือภาษาอิตาลี ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง และใช้ภาษาฝรั่งเศส ,ภาษาสเปนและภาษาท้องถิ่น ชาวอิตาเลียนนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และศาสนาอื่นๆ รวมถึงศาสนาพุทธด้วย

สภาพภูมิอากาศของอิตาลี

ประเทศอิตาลีมีลักษณะอากาศหลากหลายแบบ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ มีลักษณะแบบอากาศภาคพื้นทวีปที่ค่อนข้างร้อนชึ้น เช่นเมืองมิลาน ตูริน และโบโลญญา ส่วน พื้นที่ชายฝั่งติดกับทะเลของแคว้นลิกูเรียเป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน คือมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี เมื่อถึงฤดูหนาวในที่สูงก็จะมีอากาศหนาวชื้น และมักจะมีหิมะตก และมักจะแห้งในฤดูร้อน และพื้นที่ต่ำกลางหุบเขามีอากาศค่อนข้างร้อนในฤดูร้อน ซึ่งประเทศอิตาลีมีฤดู 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

โซนเวลาของอิตาลี

ช่วง เดย์ไลท์ เซฟวิ่ง ไทม์ ตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม เวลาในอิตาลีจะ ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ ซึ่งประเทศอิตาลีช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง แต่ในช่วงหน้าร้อน จะหมุนนาฬิกาล่วงหน้าอีก 1 ชั่วโมง ทำให้เวลาห่างจากประเทศไทยเพียง 5 ชั่วโมง สรุปคือฤดูร้อน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง และฤดูหนาว ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 6 ชั่วโมง นั่นเอง

ค่าเงินที่ใช้ในอิตาลี

อิตาลีใช้เงินสกุลยูโร โดย 1 ยูโร มีค่าประมาณ 50 บาทไทย บัตรเครดิตที่ท่านสามารถนำไปใช้ในประเทศอิตาลีได้ ได้แก่ , อเมริกัน เอ็กซ์เพรส, วีซ่า ,ไดเนอร์ส คลับ ,มาสเตอร์ การใช้เครดิตการ์ดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกสำหรับนักเดินทางท่องเที่ยว ร้านค้าและร้านอาหารที่อิตาลีจะรับเครดิตการ์ด แต่ต้องเป็นเงินจำนวนมากพอสมควร อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กับเครดิตการ์ด คือการถอนเงินสดจากเครื่องอัตโนมัติแทนการถือเงินสดครั้งละมากๆ

ระบบไฟฟ้าใน ประเทศอิตาลี

อิตาลีใช้ระบบไฟฟ้าแบบ 220 โวลต์ เหมือนประเทศไทย บางที่จะเป็นปลั๊ก 2 ตา บางที่ เป็นปลั๊ก3 ขา ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณมีปลั๊กไม่ตรงกับของทางที่พักในอิตาลีของท่าน สามารถไปขอปลั๊กต่อจากทางโรงแรมได้

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

รหัสโทรศัพท์ของประเทศอิตาลี คือ +39 โทรศัพท์ทางไกลสาธารณะทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบการ์ดโฟน ส่วนแบบหยอดเหรียญในกรุงโรม ปัจจุบันหาไม่ค่อยได้แล้ว นักท่องเที่ยวนิยมเปิดโรมมิ่ง ก่อนเปิดจะต้องไปแจ้งทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ก่อน

การใช้โทรศัพท์สาธารณะในประเทศอิตาลี ซึ่งบัตรโทรศัพท์ในประเทศอิตาลี ซื้อในแถบสนามบินจะดีที่สุด ซึ่งจะมีหลากหลายราคาตั้งแต่ 1 ยูโร จนถึง 8 ยูโร หากต้องการโทรศัพท์ไปต่างประเทศจะต้องซื้อบัตรอีกประเภทหนึ่ง หรือจะซื้อซิมอิตาลี อินเทอร์เน็ตราคาประหยัด โทรกลับไทยก็ถูกเช่นกัน ซึ่งเครือข่ายที่ใช้ คือ 3 Italy และ Wind

ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Three UK สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรี 25 GB ในประเทศอิตาลี รวมถึงอีก 9 ประเทศในยุโรป และอีก 6 ประเทศทั่วโลก เป็นซิมพร้อมแพคเกจอินเตอร์เน็ต ในราคา 999 บาทมีทั้งขนาดธรรมดา ไมโคร และนาโนซิม ใช้งานได้ 30 วัน สามารถใช้งานได้ไม่เกิน 2 เดือน จึงไม่เหมาะกับผู้อยู่ระยะยาว หากโทรกลับไทย สามารถซื้อแพคเกจเพิ่มเติมได้ สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่เกิน 10 เบอร์

เมื่อเบอร์ของคุณได้เปิดบริการโรมมิ่ง โดยติดต่อกับศูนย์มือถือที่คุณใช้ก่อนออกเดินทาง ปัจจุบันจะไม่คิดค่าเปิดบริการ แล้วบอกคนที่ติดต่อกับคุณเป็นประจำว่ามีอะไรก็ให้เอสเอ็มเอสมาก็ได้ แล้วถ้าจำเป็นคุณจะโทรกลับไปเอง และอย่าลืมปิดบริการรับข้อความข่าวสารแบบสมาชิก เช่น บริการดูดวงเพราะคุณจะเสียเงินมากหากรับข้อความเหล่านี้เมื่ออยู่ต่างประเทศ แค่นี้คุณก็รับข้อมูลจากคนที่ติดต่อคุณได้ฟรีๆจากเมืองไทยแล้ว อย่าลืมปิดบริการวอยซ์เมลล์ เพราะถ้ามีคนโทรมาแล้วเข้าฝากข้อความ คุณก็จะเสียเงินเหมือนรับสาย

Smartphone รุ่นใหม่ๆ สามารถทำตัวเองเป็น WiFi-HotSpot ได้ ถ้าเอา โน๊ตบุคไปด้วยก็สบาย แต่ถ้าซื้อแบบจำกัด MB หรือนาที ก็จะต้องควบคุมไม่ให้โทรศัพท์มือถือของคุณ เชื่อมต่อกับ internet แบบอัตโนมัติตลอดเวลา เพราะจะเสียค่าบริการมาก

สินค้าและของฝากจากประเทศอิตาลี

นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมย่านแฟชั่นชื่อดัง บันไดสเปน ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งหลักที่เมืองมิลาน ซึ่งจะเต็มไปด้วยร้านแฟชั่นของดีไซเนอร์ชั้นนำมากมายอีกด้วย สินค้าแนะนำ สินค้าแบรนด์เนมทุกประเภท เสื้อผ้าและเครื่องใช้ อิตาลีมีชื่อมากว่า และเป็นที่กำเนิดของดีไซเนอร์ดังๆ โดยมีมิลานเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในอิตาลีอย่าง Gucci,Emporio Armani, Benetton,Prada,ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วทั่วโลก แต่ถ้าไม่อยากจะซื้อสินค้าราคาสูง ร้านค้าเสื้อผ้าบูติกตามเมืองต่างๆ ก็อาจมีสินค้าสวยๆ ไม่แพ้กัน และยังมีเครื่องหนัง รองเท้า เข็มขัด กระเป๋า ฯลฯ ที่อิตาลีเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหนัง คือฟลอเรนซ์

เครื่องแก้ว
แก้วเป่าสีสันสวยงามเป็นสินค้าที่มีชื่อของเวนิชที่มีมานานหลายร้อยปี และยังเป็นที่นิยมอยู่จนทุกวันนี้ มีทั้งแบบคลาสิกและแบบดีไซน์สมัยใหม่เฉียบ

เครื่องปั้นดินเผา
เครื่องปั้นดินเผาจำพวกชาม เหยือกน้ำ ฯลฯ ที่ระบายสีตกแต่งสวยงาม ถือเป็นสินค้าชื่อดังของทัสคานีและซิซิลี

เครื่องประดับ
เครื่องประดับที่ออกแบบได้เก๋ไก๋สะดุดตา หรือเครื่องทองสไตล์โบราณที่งามอร่ามตา ทำให้คนที่รักของสวยๆ งามๆ ใจอ่อนเอาได้ง่ายๆ ฟลอเรนซ์มีชื่อมากในเรื่องเครื่องทอง ส่วนโรมและมิลานเป็นแหล่งของเครื่องประดับสมัยใหม่
ยังมีของแต่งบ้านดีไซน์เก๋ และเฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบของเก่า และแบบใหม่ล้ำยุค และยังมีผ้าลูกไม้ ผ้าปักลายละเอียด หรือผ้าไหมอิตาเลียนเนื้อนุ่ม ให้เลือกซื้อหาอีกด้วย

อาหารที่ขึ้นชื่อของ อิตาลี

ชาวอิตาลีภูมิใจใน อาหารของเขาเป็นอย่างมาก เพราะรสชาติและสไตล์อาหารอิตาเลียน มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งถือว่ามีความโดดเด่นที่สุดในบรรดาอาหารชาติตะวันตก เพราะมีกรรมวิธีการทำที่พิถีพิถัน รสชาติเยี่ยมอีกทั้งยังมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ หลากหลาย

Antipasto อันติปาสโต
อันติปาสโต เป็นอาหารจานแรกสำหรับเรียกน้ำย่อย อันติปาสโตเป็นอาหารทะเลสดรวมหลากชนิด บางแห่งอันติปาสโตจะเป็นไส้กรอกเค็มซาลามี โดยมีแฮมดิบฝานบางๆ รับประทานกับแตงเมลอน หรือผักนานาชนิดชุบแป้งทอด รับประทานกับซอสต่างๆ

Crostini ครอสตินี่
ครอสตินี่ อาหารอีกแบบที่นิยมกันมาก ซึ่งใช้ขนมปังแผ่นกลมๆเล็กๆ หั่นขวาง ทาหน้าด้วยปลาแองโชวี มะกอกบด ตับบด ฯลฯ หรือขนมปังกระเทียม ซึ่งทาด้วยนำมันมะกอกโรยกระเทียมแล้วนำไปอบพอกรอบ หรืออาจสั่งซุปผักมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก็ได้

อาหารว่างของชาวอิตาเลียน
ชาวอิตาเลียน นิยมนำของว่างมารับประทานกับกาแฟหรือไวน์เป็นการรองท้องระหว่างมื้อ ซึ่งพิซซ่าที่อิตาลีมักจะเป็นเพียงแผ่นแป้งอบทาซอสมะเขือเทศและมีแฮม มะเขือเทศ ซาลามี และเห็ด วางห่างๆ มีแองโชวีโรยอยู่บางๆ จะเน้นเนยแข็งที่ละลายยืดเหนียว แต่หากอยากรับประทานพิซซ่าอร่อยๆ ควรจะไปนั่งรับประทานในร้านที่มีเตาอบดินเผาแบบโบราณ ซึ่งคุณจะได้พบเมนู
พิซซ่าหน้าทะเล ,พิซซ่าหน้าเห็ด ,พิซซ่าทาซอสมะเขือเทศ ที่โรยปลาแองโชวี ,พิซซ่าใส่เนยแข็ง 4 อย่าง และพิซซ่าเจหน้าผักหลากชนิด

อาหารจานหลัก
ส่วนใหญ่แล้วอาหารจานหลักจะเป็นเนื้อสัตว์ที่นำมาอบ ต้ม ทอดและตุ๋น หรือย่าง มีทั้งแบบเรียบง่าย อย่างสตูอาหารทะเล ปลาซาร์ดีนคลุกเกลือย่าง อกไก่อบราดซอส สเต็กเนื้อแกะ เนื้อลูกวัวชุบแป้งขนมปังทอด และไก่ฟ้าสอดไส้

แต่ละท้องถิ่นของอิตาลี จะมีอาหารประเภทเนื้อสำหรับจานหลักเด่นๆ แถบริมทะเล อาหารจานหลักคือปลา ทางตอนเหนือ จะรับประทานเนื้อวัวและเนื้อแกะ ซึ่งอาหารจานหลักจะเสิร์ฟเนื้อมาล้วนๆ และจะมีผักหรือมันฝรั่งเป็นอาหารจานย่อยเป็นเครื่องเคียง

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอิตาลี

Piazza di Spagna
บันไดสเปน มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ถือว่าเป็นบันไดในกรุงโรมที่เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinit dei Monti จัดได้ว่าเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป

Pieta
Pieta ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประติมากรรมแกะสลักหินอ่อนที่ดีที่สุดในโลก และเป็นอีกหนึ่งผลงานของไมเคิล แองเจลโล เป็น moment ขณะที่พระแม่มารีเข้าไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของพระเยซูที่ถูกปลดจากการตรึงบนกางเขน ใบหน้าพระแม่มารี สีหน้า แววตา ดูเศร้า ได้อารมณ์และงดงามสุดๆ รวมถึงรายละเอียดความพริ้วของเสื้อผ้าที่แกะจากหินอ่อนทั้งก้อน และสรีระภาพของพระเยซู รอยตะปูบนหลังมือเท้าของพระเยซู ที่ทำออกมาได้อย่างละเอียดและสวยงาม

ซุ้ม Basillica di San Pietro
ซุ้ม Baldacchino ตั้งเหนือหลุมศพ ของเซนต์ปีเตอร์ กษัตริย์แห่งโรมหันมานับถือศาสนาคริสต์ จึงให้มีการก่อสร้างโบสถ์ครอบหลุมศพเซนต์ปีเตอร์ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐ วาติกัน ซึ่งการสร้างโบสถ์นี้มีอุปสรรคมาก สุดท้ายคนที่ออกแบบ Basilica di San Pietro แห่งนี้ก็คือไมเคิลแองเจลโล และถูกสร้างต่อโดยศิลปินเอกคือ Bernini ประติมากรรมเซนต์ปีเตอร์นั้น ภายในมหาวิหาร ท่านถือกุญแจในมือ และมักจะมีผู้คนนิยมมาลูบหรือจุมพิตแทบเท้า พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ส่วนในอดีตเซนต์ปีเตอร์เป็นอัครสาวกเอกของพระเยซู และเสียชีวิตจากการถูกตรึงบนกางเขน แต่ท่านขอถูกตรึงในลักษณะกางเขนที่กลับทิศกับของพระเยซูเนื่องจากท่านว่าไม่ มีใครเสมอเหมือนพระเยซูได้ ซึ่งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่นสามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม

Fontana di Trevi
น้ำพุเทรวี่ มีความสวยงาม ทางสถาปัตยกรรม กว่าจะออกมาสวยได้มีการสร้างขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่วนกลางของน้ำพุ มีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร นักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำพุเทรวี่ จะโยนเหรียญ 1 เหรียญลงไปในสระ เชื่อกันว่าจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

The Colosseo
สนามกีฬาโคลอสเซียม The Colosseumเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ขของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทราย ซึ่งจากการวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร และมีความสูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา รวมถึงการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ปัจจุบัน สนามกีฬาโคลอสเซียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิต โดยโคลอสเซียมจะส่องสว่างด้วยสีเหลืองทุกครั้งที่มียกเลิกโทษประหารชีวิต และมีการเรียกชื่อใหม่ว่า โคลิเซียม

La Torre di Pisa
หอเอนเมืองปิซา เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น มีบันได 293 ขั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีความสูง 183.3 ฟุต โดยตั้งอยู่ที่เมืองปิซา อยู่ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม เป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 4,500 ตัน และมีความเอียง 3.97 องศา โดยยอดของหอระฆังห่างจากแนวตั้งฉากอยู่ที่ 3.9 เมตร โดยประมาณ

เมื่อสร้างหอเอนเมืองปิซา ไปได้ถึงชั้น 3 ซึ่งใช้เวลาสร้าง 175 ปีทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมามีการสร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่ก็ต้องหยุดชะงัก อีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม และมีการสร้างต่อขึ้นอีกจนเสร็จ ซึ่งรวมการสร้างหอระฆังเสร็จใช้เวลาทั้งหมด 177 ปี โดยมีการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา

Arco di Costantino
ประตูชัยถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีจักรพรรดิ์คอนสแตนตินที่ได้รบชนะ จักรพรรดิ์ แมกเซนเทียส ซึ่งประตูชัยคอนสแตนติน เป็นหนึ่งในหลายๆ ประตูชัยที่ใหญ่ที่สุดของโรมัน เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หลังจากมีสงครามกลางเมืองมา กว่าร้อยปี ประตูชัยมีทั้งหมดสามประตูและได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพแกะสลักนูนโค้งและรูปปั้น รวมถึงบันทึกเรื่องราว ต่างๆ ในอดีต

เทศกาลสำคัญ ของอิตาลี

งานเทศกาลคาร์นิวัล
เทศกาลคาร์นิวัลเป็นการเฉลิมฉลองและประเพณีท้องถิ่น ซึ่งจะมีทุก ๆ เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี คาร์นิวัลที่มีชื่อเสียงที่สุดจะต้องจัดขึ้นที่เวนิส เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเฉลิมฉลอง ด้วยการแต่งตัว พร้อมกับใส่หน้ากาก และเต้นรำไปพร้อมกับดนตรีต่าง ๆ พร้อมกับตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงพลุของเทศกาลนี้อีกด้วย

เทศกาลดนตรี Maggio Musicale Fiorentino
ช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนของ นครฟลอเรนซ์ ถือว่าเป็นงานเทศกาลดนตรีของอิตาลีที่มีความเก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงมาก ซึ่งงานนี้จะเน้นเพลงจากศตวรรษที่ 14 ถึง 20 และยังมีการนำบัลเล่ต์และโอเปร่า มาแสดง รวมถึงคอนเสิร์ตและการแสดงที่จัดขึ้นที่ Piazza della Signoria โดยไม่เสียค่าเข้าชม

การแข่งขันวิ่งถือเทียน
ทุกวันที่ 15 พฤษภาคม ณ เมืองกุบบิโอ จะมีการแข่งขันวิ่งถือเทียน ที่มีความสูงถึง 9 เมตรผ่านถนนสายยุคกลางที่เก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยพิธีนี้มีอายุหลายศตวรรษเพื่อวันฉลองของเซนต์ Ubaldo ซึ่งถือเป็นนักบุญประจำเมือง

เทศกาลที่เกี่ยวเนื่องกับอีสเตอร์
ช่วงต่อระหว่างเดือน มีนาคมจนถึงเดือน เมษายน คือช่วงเวลาของพิธีกรรมและเทศกาลที่เกี่ยวเนื่องต่อกับอีสเตอร์ โดยตามเมืองต่างๆ จะมีการเดินพาเหรด วันอาทิตย์อีสเตอร์ หรือกู๊ดฟรายเดย์ และตลอดช่วงสัปดาห์อีสเตอร์จะมีการเฉลิมฉลองพระสันตะปาปา ซึ่งจะเสด็จออกและมีกระแสรับสั่งถึงคริสต์ศาสนิกชนในวันอาทิตย์

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศอิตาลี

การเดินทางจากบ้านเราไปประเทศอิตาลี สามารถ นั่งเครื่องบินสายการบิน gatar airline จากเมืองไทยบินไปลงที่ กรุงโรม ได้ คือบินจากไทย ไปลง โดฮา แล้วก็เปลี่ยนเครื่องจาก โดฮามาลง ที่อิตาลี กรุงโรม รวม12 ชั่วโมง ส่วน สายการบิน Blu Express ราคาถูกจนน่าพอใจ ที่สำคัญไม่ต้องต่อเครื่อง เพราะบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปมิลาน ปิดท้ายที่ โรม สำหรับ Egype Air สายการบินนี้ราคาไม่แพง ขึ้นจากกรุงเทพ ไปไคโร และลงที่มิลาน และ สายการบิน Etihad Airways ราคาไม่แพงมากโดยขึ้นเครื่องจากกรุงเทพ ไปต่อเครื่องที่อาบูดาบี ประมาณ 6 ชั่วโมง และจากอาบูดาบี ไป มิลาน อีก 6 ชั่วโมง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไป ประเทศอิตาลี

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเยือนอิตาลีที่ดีที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายนหน้าร้อนบ้านเรา จนถึงกลางเดือนมิถุนายน เพราะถือว่าอากาศที่นั่นกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป แถมยังเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้คนไม่พลุกพล่านมาก แต่ในช่วงฤดูร้อน อิตาลีจะคึกคักมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากทั่วมุมโลก และที่พักรวมถึงอาหารมีราคาแพง จึงควรหลีกเลี่ยง ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อาจมีฝนตก จึงต้องเตรียมเสื้อผ้าและยาไปด้วย

แม้ประเทศอิตาลีจะขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่สวยงาม หากแต่การมาท่องเที่ยวในอิตาลีไม่ควรใส่เครื่องประดับหรือสิ่งของมีค่า รวมถึงการแต่งตัวดึงดูดความสนใจมากเกินไป เพราะอาจถูกล้วงกระเป๋าหรือโจรกรรมเกิดขึ้นได้ทุกที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีคน หนาแน่น เช่น สถานีรถไฟ สนามบิน รถไฟใต้ดิน ฯลฯและไม่ควรวางกระเป๋าถือไว้บนโต๊ะขณะขณะรับประทานอาหารนอกร้าน เพราะอาจจะถูกฉกกระเป๋าและสิ่งของของท่านไปได้โดยง่าย ระวังคนมาตีสนิทและระวังตำรวจปลอมขอตรวจบัตรด้วย

ทัวร์ประเทศอิตาลี

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 366 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม