สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศบราซิล

ทุกครั้งที่เอ่ยถึงประเทศบราซิล หายคนอาจจะกำลังนึกถึงนักฟุตบอลที่ฝีมือระดับเทพ บวกกับความหล่อที่ทำให้สาวไทยกรี๊ดกร๊าด ทุกครั้งที่ลงสนาม นอกจากความเก่งกาจของการเล่นฟุตบอลระดับโลกแล้ว บราซิลมีชายหาดสวยงามยอดนิยมระดับโลก เช่น ชายหาดของกรุงรีโอเดจาเนโร รวมถึงรูปปั้นพระเยซูองค์ใหญ่ที่ยืนโดดเด่นเป็นสง่า จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งพระเจ้า

ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆต่างๆ มากมาย ที่สวยงามและทำให้เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากจะเดินทางมาสัมผัส รวมถึงกับมีส่วนร่วมของวัฒนธรรมการเต้นรำในเทศกาลคาร์นิวัลที่คับคั่งไปด้วยผู้คน ในกรุงรีโอเดจาเนโรอีกด้วย

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศของบราซิลโดยภาคเหนือมีพื้นที่ร้อยละ 42 ของทั้งประเทศ เรียกว่าใหญ่กว่ายุโรปตะวันตกทั้งหมด และยังเป็นเขตลุ่มแม่น้ำอเมซอน ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นเขตป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 7 รัฐและมีพื้นที่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแอนแลนติก สามารถทำการเพาะปลูกพืชเขตร้อน ได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งเขตลุ่มแม่น้ำที่และเขตที่ราบสูงที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เมือง Salvador และเมือง Recife มีประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ที่สุดของเมืองของบราซิล คือเซาเปาลู รีโอเดจาเนโร และเบโลโอรีซอนตี เป็นพื้นที่ชายฝั่ง หาดทราย และที่ราบสูง ส่วนทางภาคใต้ มีพื้นที่น้อยที่สุดมีหิมะตกบางพื้นที่ในฤดูหนาว

การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศบราซิลมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐและมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดย แบ่งการปกครองออกเป็น 26 รัฐ และ1 เขตนครหลวงคือ รัฐเฟเดอรัลดิสตริกต์ (บราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศอยู่ในรัฐนี้) , รัฐรีโอ เดอ จาเนโร , รัฐรอไรมา , รัฐอามาโซนัส ,รัฐมาตูโกรสซูโดซูล, รัฐปารา, รัฐอาเกร ,รัฐมารันเยา ,รัฐมีนัสเชไรส์ ,รัฐรอนโดเนีย ,รัฐปีเอาอี รัฐเซอารา,รัฐอามาปา ,รัฐปาราอีบา ,รัฐเปร์นัมบูกู ,รัฐบาเยีย ,รัฐอาลาโกอัส, รัฐเซร์ชิเป ,รัฐมาตูโกรสซู ,รัฐโกยาส ,รัฐโตกันตินส์ ,รัฐปารานา ,รัฐเอสปีรีตูซันตู ,รัฐเซาเปาลู ,รัฐรีโอกรันดีโดนอร์เต, รัฐซันตากาตารีนา และรัฐรีโอกรันดีโดซูล

ประชากรและวัฒนธรรม

บราซิลมีประชากรกว่า 201 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค รองลงมาคือโปรเตสแตนท์ ทางด้านวัฒนธรรม ชาวบราซิลมีความเป็นมิตรและรักธรรมชาติ ชอบดนตรี และฟุตบอล ซึ่งชาวบราซิลมีประชากรหลายเชื้อชาติและหลายเผ่าพันธุ์ ประชากรของประเทศประกอบด้วยคนเชื้อสายยุโรป,คนเชื้อสายผสม และคนผิวดำ นอกจากนั้นเป็นชาวญี่ปุ่น อาหรับ อเมรินเดียน ส่วนภาษาราชการที่ใช้คือภาษาโปรตุเกส

สภาพภูมิอากาศของบราซิล

สภาพอากาศของบราซิล ส่วนใหญ่จะมีอากาศร้อนชื้น และมีอุณหภูมิระดับกลางส่วนทางตอนเหนือของประเทศบราซิลมีสภาพภูมิอากาศเป็นเขตร้อนชื้น ทางใต้จะมีสภาพอากาศอบอุ่นและหนาวเย็น แต่จะมีฤดูกาลจะตรงข้ามกับทวีปยุโรปคือ ฤดูหนาวในยุโรปจะเป็นฤดูร้อนในบราซิล ส่วนฤดูร้อนในยุโรปจะเป็นฤดูหนาวของบราซิลโดยฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงเดือนมีนาคม

โซนเวลาของบราซิล

เวลาในประเทศบราซิลจะเดินช้ากว่าไทย 9 หรือ 10 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับการปรับเวลาในฤดูร้อน โดยจะเปลี่ยนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดการเปลี่ยนเวลาไปจนถึงวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

ค่าเงินที่ใช้ในบราซิล

หน่วยเงินตราที่ใช้ในประเทศบราซิล คือ เฮอัล ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 2.20 เฮอัล ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์ฯ เป็นเงินสกุลเฮอัล ได้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งก่อนแลกเงินอาจเช็คราคาอีกครั้ง นอกจากนี้การใช้บัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับตามโรงแรม และภัตตาคารรวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ระบบไฟฟ้าในประเทศบราซิล

บราซิลใช้ไฟฟ้าสองระบบคือ110 โวลต์ และ 220โวลต์ ซึ่งเต้าเสียบจะมีทั้งแบบสองรูและสามรู ซึ่งสามารถใช้ได้กับปลั๊กสองขาแบบขาแบนๆ แต่ถ้าเป็นปลั๊กสองขาหรือสามขาชนิดขากลมๆ และใหญ่กว่ารู จะทำให้เสียบไม่เข้า ควรดูอีกครั้งเพราะมีช่องเสียบจะมีขนาดแคบกว่าปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ ควรจะนำเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟแบบสากล มาจากประเทศไทยด้วย

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

สามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะแบบเรียกเก็บเงินปลายทางภายในบราซิลโดยไม่ต้องใช้บัตรโทรศัพท์ได้อีกด้วย
ส่วนโทรศัพท์มือถืออาจจะทำการเปิดโรมมิ่งจากศูนย์ประเทศไทย ส่วนใหญ่ในบราซิล นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะซื้อซิมการ์ด ประเภทเติมเงินได้ยาก เพราะกฎหมายที่บราซิลระบุให้ผู้ซื้อต้องแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีด้วย และในกรุงบราซิเลียไม่มีเครือข่ายรองรับผู้ใช้เครือข่ายดีแท็ค

ส่วนอินเทอร์เน็ตนั้น ทางบราซิลหาได้ไม่ยาก เพราะตามโรงแรมที่พัก มักจะปล่อยไวไฟฟรี หรืออาจจะแบบเสียตังค์ ส่วนใครที่เอาโทรศัพท์มาหากซื้อซิมได้แล้วก็ให้เลือกแพ็คเก็จอีกครั้ง

สินค้าและของฝากจากบราซิล

ประเทศบราซิลที่แม้ใครต่อใครจะนึกถึงแต่ศึกลูกหนัง แต่หากมาเที่ยวที่นี่ทั้งที ก็ต้องมีของฝากหรือของที่ระลึกติดกลับบ้านไปบ้าง ซึ่งนอกเหนือจากพวกข้าวของที่เกี่ยวกับฟุตบอลแล้ว ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่สามารถนำกลับไปเป็นของที่ระลึกได้อีก เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกว่าประเทศบราซิลเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องของฟุตบอลมากที่สุดในสามโลก ซึ่งหากใครได้มาเที่ยวในช่วงเทศกาลบอล แน่นอนว่าสิ่งที่มากับเทศกาลอันยิ่งใหญ่ ก็คงหนีไม่พ้นของที่ระลึกเกี่ยวกับฟุตบอลบราซิล

ขนม Gaufrettes
เป็นคุ้กกี้สไตล์ฝรั่งเศส Gaufrettes แผ่นแบนๆเหมือนรูปพัด แต่มีรสหวานจืดๆ จากร้านของหวานชื่อดัง'cafe columbo' ของเมืองซาวเปาโล ที่นักท่องเที่ยวส่สวนใหญ่นิยมซื้อกันมากเพราะดีไซน์กล่องที่สวย ซึ่งทานเสร็จเก็บไว้ใส่ของจุกจิกต่อได้ด้วย

ชาสิงโต
ใครที่ไม่ชอบกาแฟ ก็สามารถซื้อชา หรือซื้อกลับไปเป็นของฝาก ทั้งที่โรงแรม ร้านอาหารต่างก็ใช้ยี่ห้อนี้ คิดว่าเป็นยี่ห้อที่คนในพื้นที่ดื่มกัน preto แปลว่า ดำ และ cha คือ ชา cha preto คือ black tea

แม็กเน็ทติดตู้เย็น
ที่ติดตู้เย็น หรือแม็กเน็ท แม้อาจจะฟังดูเชย แต่ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง cafe columbo ซึ่งเป็นภาพขุนนางกับสตรีสมัยก่อน โดยใช้ลายเส้นเรียบๆ เอาไว้ระลึกถึงคาเฟ่นี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่จิบน้ำชายามบ่ายของคนในวงสังคมชั้นสูง ของเซาเปาโล

กาแฟ
กาแฟถือเป็นของฝากที่มีราคาถูก และถูกใจคนรับ กาแฟยี่ห้อที่คนในพื้นที่แนะนำชื่อ pilao มีแพ็คเกจสวย ซึ่งกาแฟของที่นี่เข้มมาก ส่วนใหญ่ดื่มสไตล์เอสเพรสโซ่หลังอาหาร

ถนน 25 de Março
ถนน 25 de Março มีทุกอย่างให้เลือกสรรค์ ซึ่งถือเป็นแหล่งการค้า ที่รวมสินค้าราคาถูก ประมาณสำเพ็ง เจเจ และตลาดโรงเกลือบ้านเรา มารวมไว้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าหรือเครื่องประทับ และของเล่น ตลอดจนไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแบบปลีก หรือ แบบย่อย พ่อค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้ยังเป็นชาวจีนที่พูดภาษาโปรตุเกส นอกจากนี้ยังมีศิลปะงานแกะสลักขึ้นชื่อทั้งงานถัก งานเซรามิก และเครื่องปั้นดินเผา เปลญวนคลาสสิค ฯลฯ สัตว์ต่างๆ สไตล์อิมพอร์ตจาก อเมซอน จะถูกรวบรวมไว้ในหลากหลายร้านค้าที่เมืองแห่งนี้

อาหารที่ขึ้นชื่อของบราซิล

อาหารบราซิล อาจจะเป็นอาหารที่ไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากันซักเท่าไหร่ แต่ในช่วงเดือนแห่งฟุตบอลโลก ที่มีแหล่งเที่ยว มีแหล่งช้อปหรือแหล่งจัดการเมนูเด็ดๆ ปิ้ง ย่างต่างๆรวมถึงสามารถเดินตระเวนช้อปได้ และยังตระเวนกินอาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศบราซิลได้อีกด้วย

Pão de queijo ขนมปังชีส
Pão de queijo ขนมปังชีส ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ทำมาจากแป้งและปังอบกับชีส ซึ่งชาวบราซิลนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า

Moqueca
โมเคกา ถือเป็นสตูว์พื้นเมืองของชาว Bahian ทำมาจาก ปลา กะทิ กุ้ง มะเขือเทศ หัวหอม กระเทียม และผักชี

Feijoada
Feijoada เป็นสตูว์เข้มข้นที่ทำมาจากถั่วดำ ถือเป็นอาหารประจำชาติของชาว Brazil ซึ่งยังทำมาจากหมูรมควัน รวมถึงส่วนผสมจากเนื้อสัตว์อื่นๆ อย่างเบคอน ไส้กรอก ซี่โครงหมู และ เนื้อวัว บางสูตรอาจใส่ ผักคะน้า แครอท มันฝรั่ง กะหล่ำปลี หรือพักทอง ลงไปด้วย

Pastel de bata
เป็นทาร์ตไข่โปรตุเกตแต่บางสูตรอาจโรยด้วย ชินนามอน และน้ำตาลธรรมดา

Churrasco
Churrasco เป็นเนื้อย่างเสียบไม้ เหมือนบาบีคิว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เป็นอาหารพื้นๆที่คนบราซิลนิยม พวกเขาจะบาร์บิคิวเนื้อทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อไก่ เนื้อวัว หรือ ไก่งวงก็ตาม

Bolinhos de bacalhau
คือปลา cod หมักเกลือชุปแป้งทอด เป็นของทานเล่น เสิร์ฟพร้อมกับมะนาว

Bobó de camarão
Bobó de camarão หรือShrimp bobo กุ้งโบโบ้ ที่มีการเอากุ้งมาผัดในซอสที่ทำจาก กะทิ แป้งมันสำปะหลัง และ เครื่องเทศ

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศบราซิล

แม้จะเป็นหนึ่งในตองอูหรือหนึ่งในวงการลูกหนัง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และทำให้หลายต่อหลายคนรู้จักบราซิล ในนามของบอลโลก และมีนักเตะขั้นเทพที่เก่งอยู่หลายคนที่แต่ละคนมีชื่อเสียง ที่มีแทบจะทุกยุค ทุกสมัย แต่กระนั้นแม้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเพื่อมาชมบอล แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน

เมือง เซา เปาโล
เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศบราซิล ที่มีบรรยากาศ เต็มไปด้วยสีสันของมหกรรมฟุตบอลโลกรวมถึงความสนุกสนานของชาวแซมบ้า ที่ส่วนใหญ่จะนำเสนองานแฮนด์เมด คือฟุตบอลเย็บมือที่จำหน่ายตามแผงตลาดทั่วประเทศ ที่เมืองเซา เปาโล ที่นอกเหนือแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังมีเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ก่อเกิดเป็นสินค้าหัตถกรรมขึ้นมาอีกด้วย

Fortaleza
Fortaleza เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของแหล่งกุ้งล็อปสเตอร์ และอาหารทะเลสด เพราะเมืองนี้มีชายทะเลซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของบราซิล รวมถึงเป็นจุดเล่นเซิร์ฟ และแล่นเรือใบยอดนิยมด้วย

Pelourinho
ที่นี่เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมือง Salvador ในรัฐ Bahia ซึ่งจะมีสถาปัตยกรรมแบบ colonial ซึ่งมีการผสมผสานระหว่างยุโรป หรือแอฟริกา และแบบท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

Tangua Park
สมัยก่อนถูกใช้เป็นโรงงานรีไซเคิล และแหล่งทิ้งขยะพวกอุตสาหกรรม ก่อนจะได้รับการปรับโฉมเป็นสวนสาธารณะที่เพียบพร้อม มีช่องทางสำหรับวิ่งจ็อกกิ้ง ปั่นจักรยาน และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

Amazon rainforest
ป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ป่าอเมญอน หากมาที่นี่อาจจะได้พบกับสัตว์หายากอย่างเสือจากัวร์ ปลาโลมาสีชมพู หรือตัวนาก ซึ่งอาณาเขตของที่นี่กินเนื้อที่ไปเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศบราซิลเลยทีเดียว

Dunas de Genipabu
ทีนี่มีรถบัคกี้และอูฐให้นั่งชมทะเลทรายและลากูน ซึ่งทะเลทรายแห่งนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากกระแสลมที่พัดจากแนวชายฝั่ง Rio Grand do Norte ตลอดเวลา ส่วนกิจกรรมเด่นๆ คือ 'esquibunda' เป็นการสไลด์ลงจากสันทรายด้วยกระดานไม้

Gruta do Lago Azul
Gruta do Lago Azul เป็นถ้ำที่มีบ่อน้ำสีครามอยู่ภายใน และมีความลึกกว่า 200 ฟุต เป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่ยังไม่ถูกค้นพบแต่อย่างใด ภายในถ้ำยังพบซากสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาก อย่างเสือเขี้ยวดาบและสลอธยักษ์

Bento Goncalves
แหล่งปลูกองุ่นที่สำคัญของประเทศบราซิล นอกจากไร่องุ่นแล้วที่นี่ยังมีร้านอาหาร บาร์ สตูดิโอศิลปะ ร้านขายผลิตภัณฑ์ทำมือ ร้านขายชีส ทั้งหมดนี้เป็นชุมชนชาวอิตาลีที่มาตั้งรกรากในบราซิลตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

Cathedral of Brasilia
อีกหนึ่งโบสถ์ใหญ่ที่สำคัญของบราซิล มีความสูงกว่า 40 เมตรใหญ่โตโอ่อ่าและจุคนได้ถึง 4,000 คน ประดับด้วยกระจกสีทั้งหลัง ทำให้ยามที่แสงสาดทอลงมาจะดูคล้ายว่ารูปปั้นนางฟ้า กำลังโบยบินลงมาจริงๆ

Chapada Diamantina National Park
อุทยานแห่งชาติแห่งนี้อยู่ในรัฐ Bahia ที่เป็นแหล่งอาศัยของชนเผ่าพื้นเมือง Maracás Indians ในอดีตมีคนมากันมาขุดทอง และเพชรพลอยในบริเวณนี้ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งกล้วยไม้กว่า 50 ชนิด ตัวกินมด แมวป่า ตัวนิ่ม รวมถึงนก และงูหลากหลายสายพันธุ์

Porto de Galinhas
Porto de Galinhas เป็นหนึ่งในชายหาดที่มีความสวยที่สุดของบราซิล และยังเป็นแหล่งดำน้ำยอดฮิตน้ำทะเลที่เย็น และใสราวกับกระจก ที่นี่เป็นสไตล์ที่มีกระแสน้ำสงบนิ่ง แต่มีแนวปะการังที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด

ไครสต์ เดอะ รีดีมเมอร์
ไครสต์ เดอะ รีดีมเมอร์ เป็นรูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ในบราซิล อยู่ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร สร้างขึ้นบริเวณปากอ่าว ที่มีขาดใหญ่มากตั้งเด่นเป็นสง่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลสู่ภูเขาคอร์โควาโด อันเป็นที่สถิตย์รูปสลักขนาดใหญ่ของพระเยซูอยู่บนยอดเขา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองริโอ เดอ จาเนโร ที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสเมืองของพระเจ้านี้

น้ำตกอิกวาสุ
น้ำตกอิกวาสุ เป็นน้ำตกนี้มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกไนแอการ่า 4 เท่าและมีความกว้างกว่า 2 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปโค้งสไตล์เกือกม้า แม่น้ำริโอ อิกวาสุ ทั้งสายไหลจากหน้าผาเบื้องบนลงสู่หุบเหวอันลาดชันเบื้องล่าง และตลอดแนวน้ำตก มีโขดหินที่แบ่งน้ำตกออกเป็นน้ำตกย่อยๆ ได้อีกเกือบ 30 แห่งทำให้เกิดละอองน้ำกระจายไปทั่วบริเวณ บางครั้งยังได้สัมผัสรุ้งกินน้ำอันสวยงามแบบใกล้ๆก็ได้

เทศกาลสำคัญของบราซิล
บราซิลมีเทศกาลอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก อยากจะเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองเพื่อร่วมเป็นประสบการณ์ของครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะไม่มีวันลืม และยังคงสร้างความประทับใจสืบต่อไป

งาน Brazilian Carniva
งานBrazilian Carniva ถูกจัดขึ้นที่เมือง ลิโอ เดอ จาเนโร งานมหกรรมรวมสุดยอดแฟนซี แสงสีตระการตา ซึ่งเป็นงานประเพณีเก่าแก่แต่ดั้งเดิมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่มหานครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ภายในงานนี้มีขบวนพาเหรดยาวเหยียดที่ขนแสงสีเสียงสุดตระการตา คละเคล้าไปด้วยความสนุกสนานของผู้คนที่มาร่วมเดินขบวนที่ต่างแต่งชุดเป็นแฟนซีต่าง ๆ โดย

งานเทศกาล Carnival
งานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ หรูหราและอลังการ ซึ่งมีสีสันที่สุดงานหนึ่งของโลกกับเทศกาล ริโอ คาร์นิวัล ที่จะได้เห็นขบวนพาเหรดของทั้งชาย และหญิง รวมถึงสาวประเภทสองที่อยู่ในชุดแฟนซีสุดสะดุดตา และโยกย้ายส่ายสะโพกตามเพลงจังหวะแซมบ้าอันครึกครื้น ซึ่งเทศกาลนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลกให้เดินทางไปเที่ยวประเทศบราซิล เพื่อร่วมในการเฉลิมฉลองเทศกาลซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี

เทศกาลคาร์นิวัลถูกจัดขึ้นในหลายประเทศ แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกได้มากที่สุดก็คืองานคาร์นิวัลของบราซิล จัดที่เมืองคาร์นิวัลที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งเทศกาลคาร์นิวัลของโลก และกลายเป็นประเพณีที่จะต้องจัดขึ้นทุกปี สำหรับริโอ คาร์นิวัลนั้นจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ก่อนจะเริ่มเทศกาลมหาพรตอีกด้วย ซึ่งจัดขึ้นหลังเทศกาล คริสมาสต์ ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือน มีนาคม

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศบราซิล

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังบราซิลส่วนใหญสายการบินที่นิยมจากกรุงเทพมหานคร ไปยัง เซาเปาโล มีหลายสายการบินด้วยกัน ซึ่งในการเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง

มี สนามบิน 2 แห่งใน กรุงเทพมหานคร ที่มีเที่ยวบินไป เซาเปาโลคือสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินสนามบิน นานาชาติดอนเมือง โดยไม่ได้มีการบินตรงไปเช็กอย่างเดียว แต่การบินจากกรุงเทพ จะไปบราซิลโดยตรงนั้น จะต้องทำการพักต่อเครื่องที่ได้รับความนิยมที่สุด โดยออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ ไป เซาเปาโล ซึ่งมีหลายสายการบ้านบินอย่าง ริโอ เด จาเนโร,นิวยอวร์ก,รีโอ เด จา,นิวยอร์ก ดูไบ ที่โตเกียว และแฟลงก์เฟิร์ต

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไปประเทศบราซิล

ชาวไทยเดินทางไปประเทศบราซิลไม่ค่อยบ่อย จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสนามบินต่าง จึงมักจะไม่แน่ใจว่า ทั้งสองประเทศมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน สิ่งที่ควรเตรียมตัวก็คือ การท่านนำสำเนาความตกลงยกเว้น หรือการตรวจลงตราฉบับภาษาอังกฤษและภาษา โปรตุเกสติดตัวไปด้วยเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่หากมีการร้องขอ นอกจากนี้ควรเตรียมเสื้อผ้า ยารักษาโรค และอื่นๆ ที่คิดว่าเป็นประโยชน์ที่สุด

ด้วยความยิ่งใหญ่ของประเทศบราซิล ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต่างหลั่งไหลเข้ามาสัมผัสความงาม และอารยธรรมต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งแม้จะมีชื่อเสียงทางบอลระดับโลก แต่บราซิลก็ยังคงมีสิ่งสวยงามไว้คอยรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดนอยู่ตลอดเวลา

ทัวร์ประเทศบราซิล

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 366 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม