สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศนอร์เวย์

เมื่อเอ่ยถึง ประเทศนอร์เวย์ เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกถึง ดินแดนที่มีพระอาทิตย์เที่ยงคืน หรือที่เรียกกันว่า The Midnight Sun ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในช่วงหน้าร้อนโลกจะเอียงโดยเอาขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ขั้วโลกเหนือได้รับแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุทำให้ชาวนอร์เวย์สามารถเห็นดวงอาทิตย์เหนือขอบฟ้า แม้ในยามเที่ยงคืนได้

The Midnight Sun เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะโลก หมุนรอบแกนของตัวเอง พร้อมโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย โดยจะเอียงแกนเอาขั้วโลกเหนือ-ใต้ สลับเข้าหาดวงอาทิตย์ชั่วระยะหนึ่ง โดยใช้เวลาเท่าๆ ระหว่างที่โลกหันเอาขั้วนั้นเข้าหาดวงอาทิตย์ จะเป็นช่วงฤดูร้อน เมื่อโลกเอียงเอาขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ก็จะทำให้ขั้วโลกเหนือจะได้รับแสงสว่างและความร้อนอย่างเต็มที่ และทำให้เกิดความสว่างอยู่ตลอดเวลา หรือทำให้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อกันเป็นเวลานับเดือน ความสวยงามของพระอาทิตย์โคจรเป็นทางโค้งอยู่เหนือขอบฟ้า ขึ้นสูงพ้นยอดไม้ และค่อยลดต่ำลงจนเกือบจดขอบฟ้า แต่จะไม่ลับขอบฟ้าไปเสียเลยทีเดียว ก่อนกลับสูงขึ้นไปอีกในตอนเที่ยงคืน ทำให้มีแสงสว่างสาดเป็นทาง

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศนอร์เวย์มีพื้นที่กว่า 385,155 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของยุโรป และมีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับทะเลบาร์เร็นท์ ทางทิศตะวันออกติดกับฟินแลนด์ สวีเดน และรัสเซีย ส่วนทิศใต้ติดกับทะเลเหนือ และทิศตะวันตกติดกับทะเลนอร์เวย์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของนอร์เวย์เป็นฟยอร์ด หุบเขา ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ ภูเขา และหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะ

ประเทศนอร์เวย์ถือเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กรองจากทวีปออสเตรเลีย และมีขนาดเล็กที่สุด บนพื้นดินของทวีปยุโรปโดยติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับทวีปเอเชีย จึงมีผู้เรียกทวีปทั้งสองนี้ว่า ยูเรเชีย

การแบ่งเขตการปกครอง

นอร์เวย์มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมีระบบการปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และระบอบรัฐสภา โดยแบ่งเขตปกครองเป็น 19 เทศมณฑล 431 เทศบาล เขตการปกครองพิเศษ เทศมณฑลทั้ง 19 แห่ง จะถูกจัดแบ่งใหม่เป็นเขตที่ใหญ่ขึ้น 5 - 9 เขต และมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล

ซึ่งเทศมณฑลและศูนย์กลางการบริหารทั้ง 19 แห่ง คือ อาเคร์สฮูส – ออสโล , แออุสต์-อักแดร์ – อาเรนดาล ,เฮดมาร์ก – ฮามาร์,ฮอร์ดาลันด์ – แบร์เก็น,นอร์ลันด์ – บูเดอ,นอร์-เทรินเดลาก – สเตนแคร์,บุสเครุด – ดรัมเมน,ออปป์ลันด์ – ลิลเลฮัมเมร์,
ฟินน์มาร์ก – วาดเซอ,เมอเรอ็อกร็อมสดาล – มอลเด

เทศมณฑลและกรุงออสโล ,เอิสต์ฟอลด์ – ซาร์ปสบอร์ก, เซอร์-เทรินเดลาก – ทรอนด์เฮม, เทเลมาร์ก – เชียน ,ซองน์อ็อกฟยอร์,ดาเน – เลย์คังเงร์ ,รูกาลันด์ – สตาวังเงร์ ,ทรุมส์ – ทรูมเซอ ,เวสต์ฟอลด์ – เทินสแบร์ก และ เวสต์-อักแดร์ – คริสเตียนซันด์

ประชากรและวัฒนธรรม

นอร์เวย์มีประชากรกว่า 4,606,363 โดยมีกรุงออสโลเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชาวนอร์เวย์ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน จึงมีใจเปิดกว้างสำหรับคนชาติอื่น และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกว่า มีชาวต่างชาติที่ได้รับสัญชาตินอร์เวย์ ส่วนมากเป็นชาวปากีสถาน โซมาเลีย ชาวเคิร์ด และเวียดนาม นอร์เวย์ใช้ภาษานอร์เวย์เป็นภาษาประจำชาติ และสามารถพูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดี ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

สภาพภูมิอากาศของนอร์เวย์

ประเทศนอร์เวย์ตั้งอยู่ใกล้กับเขตขั้วโลกเหนือจึงมีอากาศหนาวเย็นนานถึง 6 เดือน ซึ่งอยู่ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน โดยจะมีอุณหภูมิประมาณ 0 ถึง-40 องศา อากาศในกรุงออสโลจะหนาวที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม อาจ - 20 องศา ฯ และมีหิมะตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน

ฤดูหนาวของประเทศนอร์เวย์ จะมีระยะเวลากลางวันจะสั้นกว่าเวลากลางคืน ซึ่งในเดือนธันวาคม ถึงเดือนมกราคม จะมีแสงแดดเพียงวันละ 0 - 6 ชั่วโมง

ฤดูร้อนในนอร์เวย์มีระยะเวลาเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม โดยมีอุณหภูมิประมาณ20-25 องศาฯ ในช่วงนี้จะมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่าระยะเวลากลางคืน

โซนเวลาของนอร์เวย์

เวลาในเมืองไทยจะเร็วกว่าประเทศนอร์เวย์ ประมาณ 6 ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ในนอร์เวย์

สกุลเงิน หรือค่าของการใช้เงินในประเทศนอร์เวย์คือ โครนนอร์เวย์ และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ในอัตรา 1 โครนนอร์เวย์ เท่ากับประมาณ 5.41 บาทไทย ซึ่งการแลกเปลี่ยนเงิน ไทยเป็นนอร์เวย์ ควรเช็คราคาอีกครั้ง

ระบบไฟฟ้าใน ประเทศนอร์เวย์

การใช้ไฟฟ้าในประเทศ นอร์เวย์ จะใช้ประแสไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยใช้ปลั๊กตัวผู้ขากลม 2 ขา ซึ่งหากนักท่องเที่ยวจะตองพกเครื่องใช้ไฟฟ้าไปอาจเตรียมตัวแปลงหรือแอดปเตอร์ติดไปด้วย

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

หากคุณต้องการให้คนที่อยู่เมืองไทยติดต่อมานอร์เวย์ จะต้องกดรหัส+47 ซึ่งเป็นรหัสโทรศัพท์ของประเทศนอร์เวย์ ส่วนถ้าจะโทรกลับเมืองไทย คุณสามารถโทรโดยใช้บัตรโทรศัพท์ หรือ โทรจากโรงแรมในนอร์เวย์ที่ท่านไปพักก็ได้เช่นกันค่ะ
หากไม่ต้องการสมัครแพ็คเก็จดาต้า ก็ลองใช้อินเทอร์เน็ต ที่ผ่านไวไฟ ของโรงแรมฟรีก็ได้เช่นกัน ส่วนใครที่ไม่อยากเสียเงินเยอะ เพราะกลัวว่าหากเปิดโรมมิ่งจากศูนย์โทรศัพท์ไทยแล้ว จะเสียค่าใช้จ่ายเกินก็ให้ซื้อซิมการ์ดของประเทศนอร์เวย์ได้เลย แล้วสอบถามแพ็คเก็จหรือโปรโมชั่นอีกครั้ง การใช้ซิม มีราคาไม่แพง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือร้านโทรศัทพ์โดยตรง ซึ่งระบบโทรศัพท์เป็นระบบเดียวกันกับของไทย สามารถซื้อซิมมาใส่เครื่องที่นำมาจากไทยได้เลย

สินค้าและของฝากจากนอร์เวย์

ของฝากจากประเทศนอร์เวย์ ที่ขึ้นชื่อ หรือนิยมซื้อกัน ส่วนใหญ่จะเป็นของพื้นเมือง เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ซึ่งเป็นตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ ผ้าถักพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ เนยแข็งเทียนไข น้ำมันปลา หรือจะซื้ออาหารขึ้นชื่อ กลับไปเป็นของฝากอย่างแซลมอนรมควัน,เนื้อกวางเรนเดียร์ มีขายเป็นแท่งๆ ,เนื้อมูส ,เนื้อวาฬ และคาร์เวีย ส่วนของแบรนด์เนม มีไม่เยอะ

Grandiosa
กรานดีโอซ่าเป็นพิซซ่า แช่แข็งยี่ห้อแรกของนอร์เวย์ ซึ่งทุกวันนี้พิซซ่ายี่ห้อนี้ ก็ยังฮิตไม่เลิก

vikk Lunsj
ควิคลั๊นช เป็นช็อกโกแลต บิสกิต คล้ายกับคิท แค็ทKit Kat. ซึ่งแบรนด์นี้เพิ่งจะเปิดตัวโดยผู้ผลิต ขนม Freia ซึ่งช็อคโกแลตแบรนด์ Freia มีชื่อเสียงมากๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบันและยังมีอีกหลายประเภท หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การผลิตต้องหยุดลงเพราะไม่มีน้ำตาล และแป้งเพียงพอ แต่ ณ ปัจจุบัน Kvikk Lunsj เป็นทั่วรู้จักไปทั่วนอร์เวย์ และมีการยอดขายเพิ่มขึ้นตลอดๆ

Brunost
บรู๊นอุ๊ส เป็นชีสสีน้ำตาล เวลาซื้อ ซื้อมาเป็นก้อน ส่วนเวลารับประทานให้ใช้ที่ปาด ปาดออกเป็นแผ่น กินกับขนมปัง

Fiskekaker
ฟิสเก๊ะค่อเก็ร เป็นผลิตภัณฑ์จากปลา กินกับขนมปังก็ได้ หรือจะนำมาทอดกินกับผักแล้วราดด้วยซอส คล้ายๆกับลูกชิ้นปลา แต่มันนิ่มเกินไป

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกจากประเทศ นอร์เวย์ ภายในแหล่งช้อปสุดฮิตอย่างวอล์คกิ้งสตรีท คาร์ล โจฮัน เกท ที่มีชื่อของเมืองออสโล ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะนิยมซื้อสินค้าที่เป็นของฝากคือ พวกเครื่องครัว พวงกุญแจ ฯลฯ สินค้าและของที่ระลึกต่างๆ ที่ขายกันในประเทศนี้ค่อนข้างจะมีราคาที่สูง เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดอีกประเทศหนึ่ง

อาหารที่ขึ้นชื่อของ นอร์เวย์

อาหารท้องถิ่นรสเยี่ยม ของชาวนอร์เวย์ ไม่ว่าจะเป็น เลฟซ่า ที่ทำมาจากมันฝรั่งต้มบด ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายโรตีแผ่นใหญ่ เวลารับประทาน นิยมทาเนยด้านบน,หรือจะทานไส้กรอกห่อด้วยแผ่นโรตี ก็ให้รสชาติแปลกไปอีกแบบ, อาหารที่ทำจากปลาสด, เนื้อกวางเรนเดียร์แห้ง ฯลฯ

ลูตเตฟิสค์ (Lutefisk)
ลูตเตฟิสค์ เป็นอาหารพื้นเมืองนอร์เวย์ ทำมาจากปลาเนื้อขาว อย่างปลาคอด มีทั้งชนิดตากแห้งและหมักเกลือ ซึ่งจะต้องแช่ น้ำด่าง หรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ (โซดาไฟ) ซึ่งเป็นสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำสบู่

วิธีทำคือ นำเนื้อปลามาแช่น้ำเย็นประมาณ 5-6 วัน แต่ต้องเปลี่ยนน้ำทุกวันแล้วนำปลามาแช่ในน้ำเย็นผสมน้ำด่างทิ้งไว้อีก 2 วัน ช่วงของขั้นตอนนี้จะทำให้โปรตีนในเนื้อปลาลดลงครึ่งหนึ่ง แต่เนื้อปลาจะมีลักษณะคล้ายวุ้นหรือเยลลี่ แต่ก็ยังไม่สามารถนำมารับประทานได้ เพราะต้องนำมาแช่น้ำเย็น (และเปลี่ยนน้ำทุกวัน) เป็นขั้นตอนสุดท้ายอีก 4-6 วัน จึงจะได้ "ลูตเตฟิสค์" ขาวใสที่มีกลิ่นตลบอบอวล และพร้อมนำไปประกอบอาหาร ซึ่งสามารถทานคู่มันฝรั่งต้ม ฯลฯ

Polse med lompe เพอลเซ๊ะ เมด ลูมเพ๊ะ
คล้ายๆ กับลูกชิ้น แต่มันไม่เด้ง และไม่มีน้ำจิ้ม รับประทานกับแยม มัน และซอสสีน้ำตาล หรือจะทานกับผักก็ได้

Taco
ทาโก้ หรือ ทาโค้ เป็นอาหารยอดฮิตของนอร์เวย์ ส่วนใหญ่จะทานกันในวันศุกร์ มีส่วนประกอบหลายอย่างเช่น ข้าวโพด ผัก สัปปะรด ซอสเผ็ด ซอสอะโวคาโด รัมเม๊ะ ฯลฯ ใครอยากใส่อะไรก็ใส่ๆลง ไป

Ribbe
ริบเบ๊ะ เป็นหมูสามชั้นทอด ดูแล้วคล้ายกับหมูกรอบบ้านเรา

Riskrem
ริสเครม คือข้าวผสมกับครีม และกินกับแยม เป็นอาหารที่แปลก

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศนอร์เวย์

หากนักท่องเที่ยวต้องการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ต้องไปเยือนนอร์เวย์ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และควรเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ คือเมืองทรูมเซอร์ ไปจนถึง เมืองนอร์ทเคป ซึ่งเป็นจุดที่คนไทยนิยมมาชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนกันมากที่สุด

เมืองออดดา
เมืองออดดาตั้งอยู่บริเวณปลายฟยอร์ดที่สวยงาม เป็นเมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นเมืองมีความสำคัญและมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวของฮอร์ดาลันด์ เคาน์ตี และเป็นศูนย์กลางย่านเก่าแก่ในภาคตะวันตก ชื่อเสียงทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติก็สวยเด่น มีแม่น้ำไหลผ่านป่าไม้ผลัดใบและป่าสนไปยังธารน้ำแข็ง ฟยอร์ดทั้งสองจัดเป็นฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในโลก ซึ่งฟยอร์ดคือ อ่าวเล็กๆ ที่มีความแคบและยาว เนื่องจากถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะเข้าไปในหุบเขาที่สูงชันในระดับที่ลึก แต่เมื่อน้ำแข็งละลายจึงมีน้ำทะเลเข้ามาแทนที่

โบสถ์ไม้แห่งอูร์เนส
โบสถ์ไม้แห่งอูร์เนส ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาที่แสนงดงามของ ซอง ออก ฟิวดานา และมีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมไม้แบบสแกนดิเนเวีย โบสถ์แห่งนี้มีการผสมผสานศิลปะเคลติก ซึ่งเป็นประเพณีนิยมของชาวไวกิ้ง บวกกับโครงสร้างแบบโรมาเนสก์เข้าด้วยกัน ทำให้มีความสวยงามและกลมกลืน

น้ำตกฟอสเซ่น
น้ำตกฟอสเซ่น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นไฮไลท์หลักของเมืองออดดา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยน้ำตกมีความสูงประมาณ 165 เมตร ด้านหน้าน้ำตกมีสะพานหินพาดผ่านซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมน้ำตกได้อย่างใกลชิดบรรยากาศแบบชิลๆ

โบสถ์โรลดัล สเตฟว
โบสถ์โรลดัล สเตฟว เป็นโบสถ์ไม้มีคงามเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดในภาคตะวันตก ปัจจุบันโบสถ์ยังคงอยู่ในการใช้งานปกติ แต่ในอดีตโบสถ์แห่งนี้ไดรับความนิยมในหมู่ผู้แสวงบุญมาก ที่นี่ยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้อีกด้วยเพราะคนในประเทศนอร์เวย์นับถืบศาสนาคริสต์เยอะจึงมีโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงาม

อุทยานแห่งชาติรอนเดน
อุทยานแห่งชาติรอนเดน เป็นที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงของเทศมณฑลออปป์ลันด์ หนึ่งในเทศมณฑลในนอร์เวย์ สถานที่นี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุด

วัดไทยนอร์เวย์
วัดไทยนอร์เวย์ ตั้งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานห่างจากกรุงออสโลประมาณ 40 กิโลเมตร โดยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 17 ไร่ ซึ่งวัดไทยนอร์เวย์ ก่อตั้งโดยคนไทย ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศนอร์เวย์ เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้ว และได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ไทย และสถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงออสโล รอบๆบริเวณวัด จะมีธรรมชาติที่เป็นทุ่งข้าวสาลี ที่งดงามเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญนอกจากจะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ในประเทศนอร์เวย์แล้ว ที่วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ติดต่อสื่อสารในการช่วยเหลือของคนไทยในนอร์เวย์ได้เป็นอย่างดี

เทศกาลสำคัญ ของนอร์เวย์

เทศกาลต่างๆ ที่สำคัญระดับประเทศ อย่าง วันปีใหม่ ที่เหมือนสากลทั่วโลก ,วันสตรี สากลในนอร์เวย์ จัดทุกปี วันที่ 8 มีนาคม ,วันอีสเตอร์ซึ่งจัดในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน , วันขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ จัดหลังวันอีสเตอร์ เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์

เทศกาลดนตรีน้ำแข็งในนอร์เวย์
สำหรับคนที่รักเสียงดนตรี เทศกาลดนตรีเมืองกิเอโลของนอร์เวย์ จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากในเทศกาลดนตรีของที่นี่ เป็นเครื่องดนตรีทั้งหมดล้วนทำมาจากน้ำแข็ง ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวนอร์เวย์ในเมืองกิเอโล จะเดินทางมาร่วมงานเทศกาลดนตรีน้ำแข็ง เพื่อสรรเสริญธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

ภายในงาน มีการเล่นฮาร์ป เชลโล กีต้าร์ แตร และกลองที่ล้วนทำมาจากน้ำแข็ง นอกจากจะมีนักดนตรีจากนอร์เวย์ ยังมีนักดนตรีจากสวีเดน และเอสโตเนีย มาเล่นดนตรีน้ำแข็งร่วมกัน เทศกาลนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน งานนี้อาจไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้ความร่วมมือของนักดนตรีทุกคน นักดนตรีเหล่านี้ต้องใช้เวลาตลอดทั้งปี ในการออกแบบโครงสร้างของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ร่วมกับนักแกะสลักน้ำแข็ง เพื่อให้สามารถนำเครื่องดนตรีน้ำแข็งเหล่านี้มาเล่นได้จริงๆ เมื่อเทศกาลนี้ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทำให้นักดนตรีจำนวนมาก เริ่มคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการประดิษฐ์เครื่องดนตรีน้ำแข็งขึ้นมา

เทศกาลไวกิ้ง
เดือนมิถุนายนของทุกปี ที่นอร์เวย์จะมีงานเทศกาลไวกิ้งที่ Avaldsnesนอกเมือง Haugesund ในงานมีการนำประวัติไวกิ้งและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตต่างๆ มาแสดง เทศกาลนี้จัดขึ้นในชุมชนชายฝั่งทะเลของ ซึ่งเป็นที่ใหญ่ที่สุด ของประเทศนอร์เวย์นี้ เป็นสถานที่ ก่อตั้งถิ่นฐานไวกิ้งขึ้นใหม่ ซึ่งเทศกาลนี้กลายเป็นศูนย์รวมต่าง ไม่ว่าจะเป็นตลาดใหญ่ การแสดงเพลงไวกิ้ง ศิลปะและงานฝีมือไวกิ้ง การเล่าเรื่อง และอาหารไวกิ้ง รวมถึงกีฬา ฯลฯ มีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเทศกาลคือ การเฉลิมฉลองและความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับชีวิตไวกิ้งและประเพณี

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศนอร์เวย์

สายการบินที่บินจากกรุงเทพไปนอร์เวย์
สายการบิน Thai Airways บินตรงจากกรุงเทพ มาออสโล
สายการบิน Norwegian air บินตรงแต่เป็นสายการบินประหยัด ราคาตั๋วถูกแต่ต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าและค่าอาหารเพิ่ม
สายการบิน 3 SAS แบบเปลี่ยนเครื่องที่เดนมาร์ก full service เหมือนไทยแอร์ แต่ถูกกว่านิดหน่อย
สายการบิน KLM อันนี้ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ Amsterdam สนามบินใหญ่มากกกก

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไป ประเทศนอร์เวย์

ภูมิอากาศในนอร์เวย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแม้ในช่วงฤดูร้อน แต่นักท่องเที่ยวควรใส่เสื้อผ้าเนื้อบางแต่ก็ควรมีเสื้อกันลม เสื้อกันฝน ส่วนควรมีรองเท้าที่ใส่สบายไว้สำหรับเดิน เพราะการเดินทาง ท่องเที่ยวในนอร์เวย์จะต้องเดินเท้าค่อนข้างมากหากมาช่วงฤดูหนาว ที่นี่จะมีอากาศหนาวเย็นมาก จะต้องเตรียมเสื้อหนาๆ ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวกและรองเท้า

หรือเมื่อคุณเดินทางไปที่ไหน อาจจะต้องเสียเงินค่าใช้ถนนเส้นนั้นด้วยนะ แม้แต่ในซุปเปอร์มาเก็ตที่คุณจะไปซื้อของ ก็ต้องจ่ายเงินค่าเช่าตะกร้าและ รถเข็น หรือเมื่อต้องการซื้อของที่นอร์เวย์ ต้องจ่ายราคาตามป้าย ไม่มีการต่อรองราคา และหากจะซื้อของใช้ที่จำเป็น ควรซื้อของที่ไม่ใช่วันอาทิตย์ เพราะบริษัทห้างร้านต่างๆ จะปิดในวันอาทิตย์

สี่ทุ่มหรือห้าทุ่ม ท้องฟ้ายังสว่าง เพราะนอร์เวย์เวลาหน้าร้อน ท้องฟ้าจะสว่างเกือบจะทั้งวัน ถ้าเป็นหน้าหนาว จะเห็นดวงอาทิตย์ได้เฉลี่ยที่ประมาณ 6 ชม.ต่อวันเท่านั้น ซึ่งเป็นที่มาของดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน
นักท่องเที่ยวจะได้เห็นดวงอาทิตย์เหนือขอบฟ้า เป็นการชมพระอาทิตย์ยามเที่ยงคืน ความมหัศจรรย์ธรรมชาติ ที่เมืองนอร์ทเคป และเมืองทรูมเซอร์ ซึ่งหากต้องการชมพระอาทิตย์ส่องสว่างยามค่ำคืนเช่นนี้จะต้องไปนอร์เวย์ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม นอกจากนี้ยังสามารถนั่งเรือเที่ยวชมความงามของฟยอร์ดตามชายฝั่งของเมืองออสโลหรือเมืองเบอร์เกน ชมฟยอร์ดที่มีความยาวและลึกที่สุดในรวมถึงการนั่งรถไฟชมภูเขาและน้ำตกที่สวยงาม

ทัวร์ประเทศนอร์เวย์

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 572 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 64 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2561 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม